PreviousLater
Close

อัศวินวาตภัย ตอนที่ 47

2.0K2.1K

อัศวินวาตภัย

ลีโอนอร์ สตอร์ม ผู้ขี่พายุชนะสงครามจักรวรรดิและได้เป็นราชาอัศวิน แต่แดนพายุถูกโจมตี ภรรยาของเขาบาดเจ็บสาหัส เธอขอให้เขาละทิ้งการล้างแค้นและให้ลูกสาวเติบโตอย่างสงบ ลีโอนอร์ปิดผนึกพลังซ่อนตัวเป็นคนดูแลม้า สิบแปดปีต่อมาลูกสาวเซอรีนเป็นผู้บัญชาการอัศวิน มุ่งหาความจริงการตายของแม่ จูเลียน ไนติงเกล ศิษย์เอกวิชาดาบหมอกเทานำทัพบุกทำให้เซอรีนปางตาย เมื่อผนึกใกล้แตก ลีโอนอร์คว้าดาบฟันอสูร ตัวตนคนดูแลม้าขี้ขลาดที่ลูกสาวดูแคลนถูกเปิดโปงว่าแท้จริงคือราชาอัศวินในตำนาน
  • Instagram
แนะนำล่าสุด

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

ฉากเปิดที่กดดันจนหายใจไม่ออก

แค่เริ่มเรื่องมาก็เห็นเครื่องยิงธนูยักษ์ปล่อยลูกศรออกมาเป็นพายุแล้ว บรรยากาศใน อัศวินวาตภัย มันมืดหม่นและโหดร้ายมาก ฉากสงครามที่ม้าวิ่งเหยียบย่ำกันดูสมจริงจนน่ากลัว เลือดสาดกระจายไปทั่วโคลนตม ทำให้เรารู้สึกถึงความสิ้นหวังของทหารราบที่ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพม้านี้จริงๆ

หญิงสาวผู้เปลี่ยนเกมด้วยเวทมนตร์

ตอนแรกนึกว่าจะแพ้ราบคาบ แต่จู่ๆ ก็มีนักรบหญิงขี่ม้ามายืนหยัดต่อสู้ เธอใช้ดาบที่เรืองแสงสีฟ้าฟาดฟันลูกธนูได้อย่างน่าทึ่งมาก ฉากนี้ใน อัศวินวาตภัย คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนดูรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที สีหน้ามุ่งมั่นของเธอตอนตะโกนสั่งลุยคือที่สุดของความเท่

ความหวังที่กลายเป็นฝันร้าย

กำลังลุ้นว่ากองทัพพระเอกจะตีฝ่าเข้าเมืองได้ แต่จู่ๆ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี มีวงเวทย์สีแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่แค่ฝนลูกศรธรรมดาแล้ว แต่มันคืออุกกาบาตไฟที่ถล่มลงมาทั้งเมือง ฉากทำลายล้างใน อัศวินวาตภัย ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และน่ากลัวมากจนต้องกลั้นหายใจดู

ปฏิกิริยาของกษัตริย์ที่น่าสงสาร

เห็นฉากกษัตริย์ชราในปราสาทที่ดูตกใจและสิ้นหวังเมื่อเห็นวงเวทย์บนฟ้าแล้วรู้สึกจุกอกมาก ท่านพยายามจะสั่งการแต่ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีตัดกับความมืดมิดของหายนะที่กำลังจะมาถึง ทำให้ตัวละครนี้ดูโดดเดี่ยวและน่าเวทนาที่สุดในเรื่อง

ดาบแสงฟ้าปะทะวงเวทย์ไฟ

การต่อสู้ระหว่างพลังแสงสีฟ้าของพระเอกกับพลังมืดสีแดงของศัตรูช่างตัดกันชัดเจนมาก พระเอกขี่ม้ายกดาบขึ้นฟ้าแล้วเกิดแสงสว่างจ้า เป็นภาพที่สื่อถึงความหวังท่ามกลางความมืดมิดได้อย่างดี ใน อัศวินวาตภัย ฉากนี้คือไฮไลท์ที่แสดงให้เห็นว่าพระเอกพร้อมจะสู้ตายเพื่อปกป้องทุกคน

ความโหดร้ายของสงครามที่ไร้ความปรานี

ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างมือที่เปื้อนเลือดพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากโคลน หรือใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของทหารที่ถูกเหยียบ มันทำให้เห็นว่าสงครามใน อัศวินวาตภัย ไม่ใช่เรื่องสวยงามเลย แต่เป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอดที่โหดร้ายที่สุด

วงเวทย์ปริศนาที่เปลี่ยนทุกอย่าง

สัญลักษณ์วงกลมสีแดงที่มีตัวอักษรประหลาดๆ ลอยอยู่บนฟ้าดูขลังและน่ากลัวมาก มันเหมือนเป็นการเรียกพลังบางอย่างจากนรกเลยทีเดียว การที่อุกกาบาตไฟพุ่งลงมาถล่มป้อมปราการจนพังทลายคือฉากที่อลังการงานสร้างมาก ดูแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังมืดในเรื่องนี้

พระเอกผู้แบกรับความหวังสุดท้าย

สีหน้าของพระเอกตอนเห็นหายนะเกิดขึ้นคือความผสมผสานระหว่างความตกใจและความมุ่งมั่น เขาไม่ยอมแพ้แม้จะเห็นเมืองถูกทำลาย ฉากที่เขาขี่ม้านำทัพพร้อมดาบเรืองแสงคือภาพจำที่จะติดตาคนดูไปอีกนาน ใน อัศวินวาตภัย ตัวละครนี้คือผู้นำที่แท้จริง

บรรยากาศที่กดดันตลอดทั้งเรื่อง

ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องไม่มีช่วงให้หายใจหายคอเลย ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เสียงม้าร้อง เสียงดาบกระทบกัน และเสียงระเบิดจากอุกกาบาตไฟ มันสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสนามรบจริงๆ เลย ชอบความดิบและสมจริงของหนังเรื่องนี้มาก

ฉากจบที่ทิ้งปมให้ลุ้นต่อ

ตอนสุดท้ายที่พระเอกยกดาบขึ้นแล้วแสงสว่างพุ่งขึ้นฟ้า ตัดกับภาพวงเวทย์สีแดงที่ยังคงคุกคามอยู่ มันทำให้เรารู้สึกว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ อยากรู้มากว่าพระเอกจะจัดการกับพลังมืดนี้ได้อย่างไร ต้องรอดูตอนต่อไปของ อัศวินวาตภัย อย่างใจจดใจจ่อเลย