แค่เริ่มเรื่องมาก็เห็นเครื่องยิงธนูยักษ์ปล่อยลูกศรออกมาเป็นพายุแล้ว บรรยากาศใน อัศวินวาตภัย มันมืดหม่นและโหดร้ายมาก ฉากสงครามที่ม้าวิ่งเหยียบย่ำกันดูสมจริงจนน่ากลัว เลือดสาดกระจายไปทั่วโคลนตม ทำให้เรารู้สึกถึงความสิ้นหวังของทหารราบที่ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพม้านี้จริงๆ
ตอนแรกนึกว่าจะแพ้ราบคาบ แต่จู่ๆ ก็มีนักรบหญิงขี่ม้ามายืนหยัดต่อสู้ เธอใช้ดาบที่เรืองแสงสีฟ้าฟาดฟันลูกธนูได้อย่างน่าทึ่งมาก ฉากนี้ใน อัศวินวาตภัย คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนดูรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที สีหน้ามุ่งมั่นของเธอตอนตะโกนสั่งลุยคือที่สุดของความเท่
กำลังลุ้นว่ากองทัพพระเอกจะตีฝ่าเข้าเมืองได้ แต่จู่ๆ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี มีวงเวทย์สีแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่แค่ฝนลูกศรธรรมดาแล้ว แต่มันคืออุกกาบาตไฟที่ถล่มลงมาทั้งเมือง ฉากทำลายล้างใน อัศวินวาตภัย ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และน่ากลัวมากจนต้องกลั้นหายใจดู
เห็นฉากกษัตริย์ชราในปราสาทที่ดูตกใจและสิ้นหวังเมื่อเห็นวงเวทย์บนฟ้าแล้วรู้สึกจุกอกมาก ท่านพยายามจะสั่งการแต่ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีตัดกับความมืดมิดของหายนะที่กำลังจะมาถึง ทำให้ตัวละครนี้ดูโดดเดี่ยวและน่าเวทนาที่สุดในเรื่อง
การต่อสู้ระหว่างพลังแสงสีฟ้าของพระเอกกับพลังมืดสีแดงของศัตรูช่างตัดกันชัดเจนมาก พระเอกขี่ม้ายกดาบขึ้นฟ้าแล้วเกิดแสงสว่างจ้า เป็นภาพที่สื่อถึงความหวังท่ามกลางความมืดมิดได้อย่างดี ใน อัศวินวาตภัย ฉากนี้คือไฮไลท์ที่แสดงให้เห็นว่าพระเอกพร้อมจะสู้ตายเพื่อปกป้องทุกคน
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างมือที่เปื้อนเลือดพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากโคลน หรือใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของทหารที่ถูกเหยียบ มันทำให้เห็นว่าสงครามใน อัศวินวาตภัย ไม่ใช่เรื่องสวยงามเลย แต่เป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอดที่โหดร้ายที่สุด
สัญลักษณ์วงกลมสีแดงที่มีตัวอักษรประหลาดๆ ลอยอยู่บนฟ้าดูขลังและน่ากลัวมาก มันเหมือนเป็นการเรียกพลังบางอย่างจากนรกเลยทีเดียว การที่อุกกาบาตไฟพุ่งลงมาถล่มป้อมปราการจนพังทลายคือฉากที่อลังการงานสร้างมาก ดูแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังมืดในเรื่องนี้
สีหน้าของพระเอกตอนเห็นหายนะเกิดขึ้นคือความผสมผสานระหว่างความตกใจและความมุ่งมั่น เขาไม่ยอมแพ้แม้จะเห็นเมืองถูกทำลาย ฉากที่เขาขี่ม้านำทัพพร้อมดาบเรืองแสงคือภาพจำที่จะติดตาคนดูไปอีกนาน ใน อัศวินวาตภัย ตัวละครนี้คือผู้นำที่แท้จริง
ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องไม่มีช่วงให้หายใจหายคอเลย ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เสียงม้าร้อง เสียงดาบกระทบกัน และเสียงระเบิดจากอุกกาบาตไฟ มันสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก ดูในเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในสนามรบจริงๆ เลย ชอบความดิบและสมจริงของหนังเรื่องนี้มาก
ตอนสุดท้ายที่พระเอกยกดาบขึ้นแล้วแสงสว่างพุ่งขึ้นฟ้า ตัดกับภาพวงเวทย์สีแดงที่ยังคงคุกคามอยู่ มันทำให้เรารู้สึกว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ อยากรู้มากว่าพระเอกจะจัดการกับพลังมืดนี้ได้อย่างไร ต้องรอดูตอนต่อไปของ อัศวินวาตภัย อย่างใจจดใจจ่อเลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม