Previous
Later
Close
Selected
ตอนทั้งหมดอัศวินวาตภัย
Selected

อัศวินวาตภัย ตอนที่ 23

2.0K2.1K

อัศวินวาตภัย

ลีโอนอร์ สตอร์ม ผู้ขี่พายุชนะสงครามจักรวรรดิและได้เป็นราชาอัศวิน แต่แดนพายุถูกโจมตี ภรรยาของเขาบาดเจ็บสาหัส เธอขอให้เขาละทิ้งการล้างแค้นและให้ลูกสาวเติบโตอย่างสงบ ลีโอนอร์ปิดผนึกพลังซ่อนตัวเป็นคนดูแลม้า สิบแปดปีต่อมาลูกสาวเซอรีนเป็นผู้บัญชาการอัศวิน มุ่งหาความจริงการตายของแม่ จูเลียน ไนติงเกล ศิษย์เอกวิชาดาบหมอกเทานำทัพบุกทำให้เซอรีนปางตาย เมื่อผนึกใกล้แตก ลีโอนอร์คว้าดาบฟันอสูร ตัวตนคนดูแลม้าขี้ขลาดที่ลูกสาวดูแคลนถูกเปิดโปงว่าแท้จริงคือราชาอัศวินในตำนาน
  • Instagram

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

บรรยากาศวังที่กดดันสุดๆ

ฉากเปิดเรื่องในอัศวินวาตภัย ทำเอาขนลุกเลย บรรยากาศวังที่มืดทึบกับเสียงฝนตกข้างนอก ยิ่งทำให้การเจรจาเรื่องเอกสารดูตึงเครียดขึ้นไปอีก การแสดงสีหน้าของขุนนางที่พยายามประจบประแจงแต่ถูกมองข้าม ช่างสะท้อนอำนาจที่แท้จริงได้ชัดเจนมาก

ความเท่ของอัศวินตาเดียว

ตัวละครหลักในอัศวินวาตภัย เท่เกินต้านจริงๆ โดยเฉพาะฉากที่เขาลุกจากบัลลังก์แล้วเดินไปมองหน้าต่าง แสงที่ส่องเข้ามากระทบเกราะสีดำมันดูขลังมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่สายตาที่มองกลับมาตอนท้ายฉาก บอกเลยว่าอันตรายสุดๆ ใครชอบแนวนี้ต้องดู

รายละเอียดเครื่องแต่งกายสุดอลังการ

ต้องชื่นชมทีมคอสตูมในอัศวินวาตภัย เกราะของอัศวินหนุ่มที่มีลวดลายมังกรดูแข็งแรงและสมจริงมาก ตัดกับชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มของขุนนางที่ดูหรูหราแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ รายละเอียดเล็กๆ อย่างจี้สร้อยคอหรือลายปักบนเสื้อ ช่วยบอกสถานะตัวละครได้โดยไม่ต้องบรรยาย

บทพูดที่คมคายและแฝงนัย

ชอบบทสนทนาในอัศวินวาตภัย มาก แม้จะเป็นฉากสั้นๆ แต่ทุกคำพูดมีความหมายซ่อนอยู่ การที่ขุนนางพยายามใช้เอกสารข่มขู่แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยความนิ่งสงบของนักรบตาเดียว มันแสดงให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กระดาษ แต่อยู่ที่คนถือดาบต่างหาก

มุมกล้องที่เล่าเรื่องได้ดี

การถ่ายทำในอัศวินวาตภัย ใช้มุมกล้องช่วยเล่าเรื่องได้ดีมาก ตอนแรกถ่ายมุมกว้างให้เห็นความยิ่งใหญ่ของวัง แล้วค่อยซูมเข้าที่ใบหน้าตัวละครเพื่อเก็บอารมณ์ โดยเฉพาะช็อตภาพระยะใกล้ตาของนักรบที่มองผ่านที่ปิดตา มันสื่อถึงความเจ็บปวดในอดีตได้โดยไม่ต้องมีฉากย้อนหลัง

ความขัดแย้งที่รอการระเบิด

ดูอัศวินวาตภัย แล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ ความสัมพันธ์ระหว่างขุนนางกับนักรบมันตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง การที่ขุนนางก้มหัวให้แต่สายตายังคงมุ่งมั่น แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ ใครที่ชอบแนวการเมืองในวังและการชิงไหวชิงพริบ ห้ามพลาดเรื่องนี้

เสียงประกอบที่ช่วยสร้างอารมณ์

แม้จะไม่มีดนตรีใหญ่โต แต่เสียงประกอบในอัศวินวาตภัย ทำหน้าที่ได้ดีมาก เสียงก้าวเท้าบนพื้นหิน เสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง หรือแม้แต่เสียงกระดาษที่ถูกคลี่ออก มันช่วยเพิ่มความสมจริงและความกดดันให้กับฉากได้เป็นอย่างดี ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

ตัวละครสมทบที่ไม่ธรรมดา

นอกจากตัวละครหลักแล้ว อัศวินหนุ่มที่ยืนเฝ้าด้านหลังก็ทำได้ดีไม่น้อย แม้จะไม่มีบทพูดแต่สีหน้าและท่าทางที่พร้อมปกป้องเจ้านายตลอดเวลา ทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้มากแค่ไหน การมีตัวละครแบบนี้ช่วยเสริมบารมีให้ตัวเอกดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก

ฉากจบที่ทิ้งปมไว้ให้คิด

ตอนจบของฉากนี้ในอัศวินวาตภัย ทำได้ดีมาก การที่ขุนนางเดินจากไปโดยที่นักรบยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มันเหมือนเป็นการประกาศชัยชนะแบบเงียบๆ แต่เราก็รู้ดีว่าพายุกำลังจะมาถึง การทิ้งท้ายแบบนี้ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันทีว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง

ความสมจริงของฉากและอุปกรณ์

ต้องยอมรับว่างานสร้างในอัศวินวาตภัย เนียนมาก เกราะที่ดูหนักและแข็งจริง บัลลังก์ไม้แกะสลักที่ดูเก่าแก่ หรือแม้แต่เอกสารที่มีตราประทับ ดูแล้วเชื่อได้เลยว่านี่คือยุคกลางจริงๆ ความใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้หาได้ยากในซีรีส์ทั่วไป ทำให้การดูเป็นเรื่องที่สนุกมาก