ฉากเปิดเรื่องในอัศวินวาตภัยทำเอาขนลุกซู่! ชายชุดเขียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดดูเหมือนจะถูกกลืนกิน แต่กลับกลายเป็นว่าเขาควบคุมมันได้ การปรากฏตัวของมีดพระจันทร์เสี้ยวสีฟ้าช่างน่าทึ่ง เหมือนกับว่าเขาเพิ่งค้นพบพลังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในตัวเอง ใครจะไปคิดว่าคนธรรมดาจะกลายเป็นจอมเวทย์ได้ขนาดนี้
บรรยากาศในสนามประลองของอัศวินวาตภัยตึงเครียดจนหายใจไม่ออก หญิงสาวในชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยเลือดแต่แววตายังมุ่งมั่น เธอตะโกนสั่งการกองทัพอย่างกล้าหาญ ฉากต่อสู้รวดเร็วและดุเดือดมาก โดยเฉพาะจังหวะที่ดาบปะทะกันเกิดประกายไฟ ยิ่งดูยิ่งมันส์จนลืมหายใจ
ตอนเห็นชายร่างใหญ่ถือขวานยักษ์เดินออกมาจากกลุ่มควันในอัศวินวาตภัย ใจหายวาบทันที! แววตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป การที่เขาใช้เลือดตัวเองปลุกอาวุธให้กลายเป็นปีศาจช่างน่าสะพรึงกลัว เพื่อนรักกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดเสมอ
ชอบฉากที่พระเอกเรียกมีดพระจันทร์เสี้ยวออกมาในอัศวินวาตภัยมาก ดีไซน์อาวุธสวยและดูขลังสุดๆ แสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากมือเขาดูทรงพลังมาก เหมือนกับว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธนั้น ฉากนี้ทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่คือกุญแจสำคัญของเรื่องจริงๆ
แม้สถานการณ์ในอัศวินวาตภัยจะดูสิ้นหวัง แต่ฉากที่พระเอกและนางเอกยืนเคียงข้างกันท่ามกลางสนามรบมันช่างอบอุ่น นางเอกที่บาดเจ็บแต่ยังสู้ไม่ถอย ส่วนพระเอกที่พร้อมปกป้องเธอจนวินาทีสุดท้าย ความสัมพันธ์แบบนี้แหละที่ทำให้เรื่องน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครจะไปคิดว่าตัวร้ายในอัศวินวาตภัยจะน่ากลัวขนาดนี้! แค่เห็นรอยสักบนหน้าผากและดวงตาสีแดงก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ธรรมดา การที่เขาสามารถควบคุมพลังมืดและเปลี่ยนอาวุธธรรมดาให้กลายเป็นปีศาจได้ แสดงให้เห็นว่าเขาคือภัยคุกคามที่แท้จริงของทุกคนในเรื่อง
ต้องยอมรับว่าฉากต่อสู้ในอัศวินวาตภัยทำออกมาได้ดีมาก ทั้งการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเสียงดาบกระทบกันที่ดังสนั่นหวั่นไหว โดยเฉพาะฉากที่นางเอกวิ่งฝ่ากองทัพศัตรูไปอย่างกล้าหาญ มันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและเอาใจช่วยเธอทุกวินาทีเลย
ฉากที่พระเอกในอัศวินวาตภัยเปิดเผยพลังที่แท้จริงทำเอาอึ้งไปเลย! จากคนที่ดูเหมือนธรรมดา กลับกลายเป็นว่ามีพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งมาก การที่เขาสามารถเรียกมีดพระจันทร์เสี้ยวออกมาได้หลายเล่มพร้อมกัน แสดงให้เห็นว่าเขาเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับศึกครั้งนี้
บรรยากาศก่อนเริ่มศึกใหญ่ในอัศวินวาตภัยตึงเครียดมาก ทุกคนต่างเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่อาจเป็นครั้งสุดท้าย ฉากที่ทหารทั้งสองฝ่ายวิ่งเข้าหากันมันช่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะจังหวะที่พระเอกและนางเอกยืนอยู่ตรงกลางสนามรบ เหมือนกับว่าชะตากรรมของโลกขึ้นอยู่กับพวกเขา
ฉากสุดท้ายของอัศวินวาตภัยที่ตัวร้ายยกขวานยักษ์ขึ้นฟ้าพร้อมพลังมืดที่พุ่งออกมา มันทำให้เรารู้สึกว่านี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ใหญ่กว่านี้ ใครจะไปรู้ว่าพลังที่เขาปลุกขึ้นมาจะนำพาหายนะอะไรมาสู่โลกกันแน่ ต้องรอดูตอนต่อไปเท่านั้น!
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม