ดู อัศวินวาตภัย แล้วต้องบอกว่าฉากเปิดในสนามประลองที่เปียกปอนไปด้วยฝน สร้างบรรยากาศหดหู่ได้สุดยอดมาก สายตาของชายชุดเขียวที่มองขึ้นไปบนฟ้าเหมือนกำลังรอคอยชะตากรรมบางอย่าง ในขณะที่ศัตรูหัวเราะเยาะ ความตึงเครียดมันพุ่งปรี๊ดจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม ฉากนี้บอกเลยว่าผู้กำกับเข้าใจการเล่นกับอารมณ์คนดูจริงๆ
ใครจะคิดว่าชายใส่เสื้อกั๊กเก่าๆ ใน อัศวินวาตภัย จะซ่อนพลังมหาศาลไว้ ตอนแรกนึกว่าแค่ตัวประกอบที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่พอเห็นปฏิกิริยาตอนเขาเจ็บปวดและกำมือแน่น มันสื่อถึงความอัดอั้นตันใจที่พร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ การแสดงสีหน้าของเขามันกินใจมาก ทำให้เราเอาใจช่วยเขาแบบไม่รู้ตัวเลย
ตัวละครหญิงในชุดเกราะของเรื่อง อัศวินวาตภัย นี่คือหัวใจของฉากต่อสู้เลยก็ว่าได้ แม้จะบาดเจ็บเลือดอาบแต่เธอก็ยังพยายามยันตัวลุกขึ้นสู้ สายตาที่มุ่งมั่นตอนจ้องมองศัตรูมันสื่อถึงความฮึกเหิมที่ไม่ยอมแพ้ฉากไหนๆ ก็ตาม การออกแบบคาแรคเตอร์นี้ทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจและอยากเอาใจช่วยเธอสุดๆ
จุดพีคของ อัศวินวาตภัย คือตอนที่ศัตรูตัวใหญ่เรียกยักษ์เงาออกมา ควันดำทะมึนกับดวงตาสีแดงที่ลุกโชน มันสร้างความน่ากลัวได้ระดับหนังฟอร์มใหญ่เลย ยิ่งตอนที่ยักษ์เงาฟาดลงมาด้วยขวานยักษ์ คนดูแทบจะกระโดดหนีตามตัวละคร ฉากเอฟเฟกต์นี้ทำออกมาได้สมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ชอบรายละเอียดเรื่องนาฬิกาใหญ่ใน อัศวินวาตภัย มาก มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์บอกว่าเวลาของตัวละครกำลังจะหมดลง เข็มที่ขยับช้าๆ ท่ามกลางความวุ่นวายในสนามประลอง มันสร้างความรู้สึกกดดันแบบนับถอยหลังให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแข่งกับเวลาไปกับตัวละครด้วย เป็นลูกเล่นเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ฉากที่ชายชุดเกราะมังกรหัวเราะเยาะเพื่อนที่ล้มลง ใน อัศวินวาตภัย มันแสดงให้เห็นความโหดร้ายของมนุษย์ได้ชัดเจนมาก รอยยิ้มเยาะเย้ยในขณะที่อีกฝ่ายกำลังทุกข์ทรมาน มันทำให้คนดูรู้สึกโกรธแค้นแทนตัวละครหลัก การแสดงของตัวร้ายฉากนี้ทำได้ดีจนอยากกระโดดเข้าไปต่อยเขาจริงๆ
ตอนจบของ อัศวินวาตภัย ที่ชายชุดเขียวปล่อยพลังแสงสีฟ้าออกมา มันคือจุดเปลี่ยนที่สะใจที่สุด! จากคนที่ดูอ่อนแอที่สุดกลับกลายเป็นผู้ทรงพลังที่สุดในพริบตา แสงที่พุ่งออกมาจากตัวเขาพร้อมกับดาบพลังงาน มันคือฉากที่คนดูรอคอยและคุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ ทำเอาขนลุกซู่ไปเลย
บรรยากาศใน อัศวินวาตภัย ช่วงก่อนต่อสู้มันเงียบสงัดจนน่ากลัว เสียงฝนตกกระทบพื้นสนามประลองผสมกับเสียงหายใจหนักๆ ของตัวละคร มันสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก คนดูจะรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในสนามนั้นจริงๆ ความเงียบนี้มันยิ่งทำให้ตอนที่มีเสียงระเบิดของพลังเวทมนตร์มันยิ่งดังและทรงพลังขึ้นไปอีก
ดู อัศวินวาตภัย แล้วได้ข้อคิดเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องการอย่าดูถูกคนที่แต่งตัวธรรมดา เพราะชายชุดซอมซ่อคนนี้แหละที่โชว์ให้เห็นว่าพลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ชุดเกราะสวยหรู แต่อยู่ที่จิตใจและการฝึกฝน ฉากที่เขาพลิกกลับมาชนะมันสอนเราว่าอย่าประมาทใครเด็ดขาด
ต้องยกนิ้วให้ฉากแอ็คชั่นใน อัศวินวาตภัย เลย การต่อสู้ระหว่างหญิงนักรบกับยักษ์เงามันส์มาก ทุกจังหวะการหลบและการโจมตีมันดูสมจริงและหนักหน่วง เลือดที่สาดกระเซ็นกับเสียงโลหะกระทบกันมันกระตุ้นอะดรีนาลีนคนดูได้ดีสุดๆ ใครชอบฉากต่อสู้แบบไม่มีการตัดต่อมั่วๆ ต้องเรื่องนี้เลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม