ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสลายทันที ภาพของหญิงชราที่ก้มหน้าร้องไห้จนตัวสั่น ท่ามกลางขุนนางที่มองด้วยสายตาเย็นชา ช่างสะท้อนความโดดเดี่ยวได้ชัดเจนมาก การแสดงของนักแสดงนำหญิงชราทรงพลังจนน่าตกใจ ในซีรีส์ องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ฉากนี้คือจุดเริ่มต้นของความแค้นที่แท้จริง ดูแล้วรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออกเลยจริงๆ
บรรยากาศในท้องพระโรงที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ตัดสลับกับเสียงสะอื้นของหญิงชรา สร้างความตึงเครียดได้ยอดเยี่ยมมาก ขุนนางที่ยืนเรียงรายเหมือนรูปปั้นยิ่งทำให้รู้สึกถึงความไร้มนุษยธรรม ฉากนี้ใน องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี บอกเล่าเรื่องราวโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แต่สื่อสารอารมณ์ได้รุนแรงจนขนลุก
ตัวละครหญิงในชุดสีแดงที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มบางๆ ช่างน่ากลัวกว่าคนที่ตะโกนด่าทอเสียอีก สายตาที่มองลงมาเหมือนมองแมลงวันตาย ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวละครนี้คือจุดเด่นของเรื่อง องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก ทำให้เราเดาไม่ออกว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่
ตัวละครที่สวมชุดสีดำทองยืนอยู่บนแท่นสูง ดูมีอำนาจและน่าเกรงขามที่สุดเมื่อเทียบกับทุกคนในฉาก การออกแบบเครื่องแต่งกายบอกสถานะได้ชัดเจนมากโดยไม่ต้องอธิบาย สีดำที่ตัดกับทองสื่อถึงความโหดเหี้ยมที่หรูหรา ใน องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ดีเทลเรื่องเครื่องแต่งกายคือสิ่งที่ช่วยเล่าเรื่องได้ดียิ่งกว่าบทพูดเสียอีก
ฉากที่ทหารเข้ามาลากหญิงชราออกไปทั้งที่ยังร้องไห้วิงวอน ช่างโหดร้ายและเจ็บปวดหัวใจมาก แสงสว่างที่ส่องมาจากประตูด้านหลังทำให้ภาพดูมีความดราม่ามากขึ้นอีกเท่าตัว การถูกขับไล่จากสถานที่ที่เคยเป็นบ้านคือบทลงโทษที่รุนแรงที่สุด องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกโกรธแค้นแทนตัวละครจนอยากกระโดดเข้าไปในจอ
กล้องซูมเข้าไปที่ดวงตาของตัวละครเอกที่สะท้อนภาพความโกลาหลตรงหน้า เทคนิคการถ่ายทำแบบนี้สื่อถึงความวุ่นวายภายในใจได้ดีมาก ดวงตาที่แดงก่ำแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้คือเสน่ห์ของการแสดงเรื่องนี้ ใน องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ทุกเฟรมภาพมีความหมายซ่อนอยู่ แค่ดูแววตาก็รู้แล้วว่าตัวละครกำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อไหร่
การยืนประจันหน้ากันระหว่างหญิงชุดแดงและหญิงชุดดำ คือการปะทะกันของสองขั้วอำนาจที่ชัดเจนมาก ท่าทางที่มั่นใจของชุดแดงเทียบกับความเย่อหยิ่งของชุดดำ สร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี วางตัวละครให้ยืนคนละฝั่งของบันไดอำนาจได้อย่างชาญฉลาด ทำให้คนดูเอาใจช่วยไม่ถูกเลยว่าฝั่งไหนจะชนะ
ช่วงเวลาที่ทุกคนนิ่งเงียบหลังจากหญิงชราถูกลากออกไป คือช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุด เสียงดนตรีที่ค่อยๆ ดังขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนสีหน้าของตัวละครหลัก บอกใบ้ว่าเรื่องราวใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี รู้จังหวะการปล่อยของดีมาก ไม่รีบร้อนแต่ค่อยๆ บีบคั้นอารมณ์คนดูจนแน่นหน้าอก
สังเกตไหมว่าเครื่องประดับศีรษะของตัวละครแต่ละคนบอกสถานะและนิสัยได้หมดเลย ตัวร้ายใส่ทองหนักๆ ดูกดดัน ส่วนตัวเอกใส่ดอกไม้ดูอ่อนโยนแต่แฝงความแข็งแกร่ง ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละที่ทำให้องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ดูมีมิติมากกว่าละครทั่วไป คนทำบทคงทำการบ้านมาดีมากเรื่องประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกาย
การปิดฉากด้วยภาพตัวละครเอกที่ยืนมองตามไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูคิดต่อว่าเธอจะแก้แค้นอย่างไร หรือจะยอมจำนนต่อโชคชะตา ความไม่แน่นอนนี้คือเสน่ห์ของ องค์หญิงใหญ่ทวงศักดิ์ศรี ที่ทำให้เราต้องกดดูตอนต่อไปทันที ดูในแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งแล้วรู้สึกว่ามันสั้นเกินไป อยากดูต่อจนจบเดี๋ยวนี้เลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม