ฉากเปิดเรื่องในองค์หญิงตีเหล็ก ทำเอาขนลุกซู่ นางเอกขี่ม้าทะลุประตูเมืองมาพร้อมออร่าสังหาร แววตาเย็นชาแต่ทรงพลัง ตัดกับภาพจักรพรรดินีที่ดูอ่อนแอแต่จริงๆ แล้ววางแผนซ้อนแผนไว้ลึกมาก การต่อสู้ด้วยพลังเวทมนตร์ทำให้ฉากแอ็คชั่นดูเหนือจริงแต่สนุกจนหยุดหายใจไม่ไหว
ชอบมากตรงที่องค์หญิงตีเหล็ก ไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตา ฉากที่เธอใช้พลังผลักทหารทั้งกองทัพปลิวว่อนคือจุดพีคที่สุด เครื่องแต่งกายสีแดงตัดดำดูโดดเด่นมากในฉากต่อสู้ ส่วนจักรพรรดินีที่ถือตราสัญลักษณ์แล้วสั่งทหารก็ดูน่าเกรงขามไม่แพ้กัน ดูละครเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้ดูศึกชิงบัลลังก์ฉบับแฟนตาซี
ดูองค์หญิงตีเหล็ก แล้วต้องยอมรับว่าบทแม่ทัพหญิงคนนี้เขียนมาดีมาก จากที่ถูกมองข้ามกลับกลายเป็นผู้กอบกู้สถานการณ์ ฉากที่เธอขี่ม้าเข้ามาในวังพร้อมแสงสว่างส่องลงมาคือสัญลักษณ์ของการกลับมาทวงคืนอำนาจอย่างแท้จริง ส่วนฉากดราม่าระหว่างสองนางเอกก็ทำเอาอินตามไปด้วย
องค์หญิงตีเหล็ก ผสมผสานความเป็นกำลังภายในกับเวทมนตร์ได้ลงตัวมาก ฉากที่นางเอกปล่อยพลังแสงทองใส่ทหารคือวิวยอดเยี่ยมมาก แสงสีทองตัดกับชุดดำแดงดูหรูหราและทรงพลัง ส่วนฉากดราม่าของจักรพรรดินีที่น้ำตาไหลแต่ยังพยายามรักษามาตรฐานก็แสดงอารมณ์ได้ดีมาก
ชอบบรรยากาศในองค์หญิงตีเหล็ก ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ฉากที่ทหารวิ่งเข้าหานางเอกแล้วถูกพลังผลักกระเด็นคือฉากที่ดูแล้วสะใจมาก การแสดงของนางเอกที่สีหน้าเรียบแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทำให้ตัวละครดูมีมิติมาก ส่วนฉากหลังที่เป็นวังหลวงก็อลังการงานสร้างสุดๆ
องค์หญิงตีเหล็ก เรื่องนี้ทำเอาตื่นเต้นทุกวินาที ฉากที่นางเอกขี่ม้าทะลุด่านทหารเข้ามาคือจุดเริ่มต้นของความมันส์ การใช้พลังเวทมนตร์ในการต่อสู้ทำให้ดูไม่ซ้ำซากจำเจ ส่วนตัวละครจักรพรรดินีที่ดูภายนอกสงบแต่ภายในร้อนรุ่มก็แสดงออกมาได้ดีมากผ่านสีหน้าและแววตา
ดูองค์หญิงตีเหล็ก แล้วรู้สึกเหมือนได้ดูตำนานนักรบหญิงกลับคืนสู่สนามรบ ฉากที่นางเอกยืนอยู่กลางประตูวังพร้อมแสงสว่างด้านหลังคือภาพที่ตราตรึงใจมาก การต่อสู้ที่ใช้ทั้งดาบและเวทมนตร์ทำให้ดูหลากหลายและไม่น่าเบื่อ ส่วนฉากดราม่าก็ทำเอาซึ้งตามไปด้วย
องค์หญิงตีเหล็ก เรื่องนี้เน้นความสวยงามของชุดและฉากมาก ชุดสีแดงดำของนางเอกดูหรูหราและทรงพลังมาก ฉากที่เธอใช้พลังเวทมนตร์จัดการทหารคือฉากที่ดูแล้วต้องร้องว้าว ส่วนฉากที่จักรพรรดินีถือตราสัญลักษณ์แล้วสั่งการก็ดูน่าเกรงขามไม่แพ้กัน
ชอบมากตรงที่องค์หญิงตีเหล็ก ไม่ยอมแพ้ให้โชคชะตา ฉากที่เธอขี่ม้าเข้ามาในวังพร้อมออร่าสังหารคือจุดเริ่มต้นของความมันส์ การใช้พลังเวทมนตร์ในการต่อสู้ทำให้ดูเหนือจริงแต่สนุกมาก ส่วนฉากดราม่าระหว่างสองนางเอกก็ทำเอาอินตามไปด้วย
องค์หญิงตีเหล็ก เรื่องนี้ทำเอาตื่นเต้นทุกวินาที ฉากที่นางเอกปล่อยพลังแสงทองใส่ทหารคือวิวยอดเยี่ยมมาก แสงสีทองตัดกับชุดดำแดงดูหรูหราและทรงพลัง ส่วนฉากดราม่าของจักรพรรดินีที่น้ำตาไหลแต่ยังพยายามรักษามาตรฐานก็แสดงอารมณ์ได้ดีมาก
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม