ฉากเปิดเรื่องช่างงดงามราวกับเทพนิยาย เจ้าสาวผมขาวดูสง่างามที่สุดในชุดแต่งงานสีทอง แต่ใครจะรู้ว่าความสุขนี้ช่างสั้นเหลือเกิน แค่เห็นรอยฟกช้ำที่แขนเธอก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าเรื่องราวนี้ไม่ธรรมดา ความตึงเครียดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนระเบิดออกมาตอนจบ ช่างเป็นซีรีส์ที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก สายไปที่จะลืม ความเจ็บปวดของตัวละครทำให้เราอินไปกับพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตอนแรกนึกว่าจะดูงานแต่งงานเทพเจ้าธรรมดาๆ แต่พอเห็นเจ้าบ่าวจับแขนเจ้าสาวแล้วเผยรอยช้ำเท่านั้นแหละ รู้ทันทีว่ามีอะไรซ่อนอยู่! การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนถูกจับได้ช่างน่าสงสารสุดๆ เหมือนเธอพยายามซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้รอยยิ้ม การดำเนินเรื่องเร็วมาก ไม่ยืดเยื้อ ให้เราเดาใจตัวละครไปเรื่อยๆ จนมาถึงฉากหักมุมที่คนร้ายโผล่มา บอกเลยว่านั่งไม่ติดเก้าอี้เลย สายไปที่จะลืม โมเมนต์ที่พระเอกใช้พลังแสงสว่างนี่คือจุดพีคที่สุด
ฉากที่ตัวร้ายเอาดาบจี้คอเจ้าสาวสองคนพร้อมกันนี่คือความกดดันระดับสูงสุด! พระเอกยืนนิ่งทำท่าจะปล่อยพลังแต่ก็ลังเล เพราะถ้าขยับผิดนิดเดียวคนรักต้องตายทันที ความรักสามเส้าในสถานการณ์คับขันแบบนี้มันช่างบีบหัวใจจริงๆ โดยเฉพาะฉากจบที่เจ้าสาวโดนแทงแล้วล้มลง เลือดไหลออกมาตัดกับชุดสีขาวสะอาดตา มันช่างเป็นภาพที่โหดร้ายแต่สวยงามในเวลาเดียวกัน สายไปที่จะลืม ความเสียใจของพระเอกที่กรีดร้องออกมาทำให้เราจุกตามาก
ต้องขอชมฝ่ายเครื่องแต่งกายและอาร์ตไดเรคเตอร์จริงๆ ชุดของตัวละครทุกตัวคืองานศิลปะเคลื่อนที่ โดยเฉพาะชุดเจ้าสาวที่มีลวดลายทองละเอียดมาก ใส่กับมงกุฎและต่างหูแล้วดูแพงสุดๆ ฉากในงานแต่งที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างทำให้ชุดดูเปล่งประกายเหมือนมีเวทมนตร์ แต่ความสวยงามเหล่านี้กลับถูกทำลายลงด้วยความรุนแรงในตอนจบ ยิ่งทำให้เรารู้สึกเสียดายความงามนั้นมากขึ้น สายไปที่จะลืม การออกแบบฉากบนยอดปราสาทที่มองเห็นเมฆข้างล่างก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศเทพนิยายได้ดีมาก
ดูมาทั้งเรื่องลุ้นให้พระเอกช่วยเจ้าสาวได้ทัน แต่สุดท้ายก็ต้องมาเห็นฉากจบที่ช็อกสุดๆ ตัวร้ายที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วจัดการเจ้าสาวลงอย่างง่ายดาย พระเอกที่ได้แต่ยืนมองคนรักล้มลงต่อหน้าต่อตาโดยทำอะไรไม่ทัน ความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดมันส่งผ่านหน้าจอมาเลย สายไปที่จะลืม ฉากที่เจ้าสาวอีกคนร้องไห้แทบขาดใจก็ทำให้เราพลอยร้องไห้ตามไปด้วย เป็นตอนจบที่ทิ้งปมไว้ให้คิดต่อเยอะมาก อยากรู้ว่าตอนต่อไปพระเอกจะแก้แค้นยังไง
พระเอกที่มีพลังแสงสว่างในมือดูทรงพลังมากตอนเตรียมสู้ แต่พอเจอตัวร้ายจับตัวประกันไว้ก็ทำอะไรไม่ถูกเลย ความไร้พลังของคนที่รักแต่ปกป้องไม่ได้มันช่างทรมานใจจริงๆ ฉากที่พระเอกปล่อยพลังใส่ตัวร้ายแต่ไม่โดนเพราะตัวร้ายใช้เจ้าสาวเป็นโล่มนุษย์นี่คือความเจ็บปวดที่สุด สายไปที่จะลืม การที่ตัวร้ายสามารถหายตัวเป็นควันดำแล้วโผล่มาด้านหลังได้แสดงถึงพลังที่เหนือกว่ามาก ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ดูไม่เท่าเทียมและน่ากังวลสำหรับตอนต่อไป
ชอบการแสดงของนางเอกผมขาวมาก ตอนแรกที่ยิ้มให้พระเอกดูมีความสุขมาก แต่พอมุมกล้องเปลี่ยนมาเห็นแววตาที่เศร้าลึกๆ ก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องไม่สบายใจซ่อนอยู่ พอถูกเปิดโปงรอยฟกช้ำยิ่งทำให้เห็นความเปราะบางของเธอชัดเจนขึ้น สายไปที่จะลืม ฉากที่เธอถูกจับเป็นตัวประกันแล้วน้ำตาไหลออกมาโดยพยายามกลั้นไว้ มันสื่ออารมณ์ได้ดีมากโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย แค่สายตาเธอก็บอกทุกอย่างแล้วว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหน
การปรากฏตัวของตัวร้ายในชุดดำสนิทพร้อมหน้ากากนี่คือความน่ากลัวแบบไม่ต้องพูดเยอะ แค่เห็นควันดำๆ ลอยมาแล้วเขาก็โผล่ขึ้นมาทันที สร้างความกดดันให้ฉากนั้นมากสุดๆ ดาบสีดำที่มีอัญมณีสีม่วงดูอันตรายและมีพลังมืดซ่อนอยู่ สายไปที่จะลืม การที่เขาจับเจ้าสาวสองคนเป็นตัวประกันพร้อมกันแสดงถึงความมั่นใจและโหดเหี้ยมมาก ไม่เกรงกลัวพระเอกเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้คนดูต้องลุ้นตัวโก่งว่าพระเอกจะแก้สถานการณ์ยังไง
แม้ฉากต่อสู้จะไม่นานมากแต่ทุกวินาทีคือความตื่นเต้น พระเอกพยายามใช้พลังแสงสว่างโจมตีแต่ตัวร้ายก็หลบได้ทันและสวนกลับด้วยการทำร้ายเจ้าสาว การต่อสู้บนยอดปราสาทที่มีพื้นหลังเป็นท้องฟ้าและเมฆทำให้ฉากดูยิ่งใหญ่และอลังการมาก สายไปที่จะลืม เสียงดาบกระทบกันและเสียงกรีดร้องของตัวละครทำให้บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ อยากให้ฉากต่อสู้ยาวกว่านี้เพราะมันสนุกมาก แต่คงต้องเก็บไว้ให้ตอนต่อไปสู้กันให้เต็มที่
เรื่องนี้นอกจากความสวยงามของฉากและชุดแล้ว ยังพูดถึงความรักที่ต้องผ่านการทดสอบอย่างหนักด้วย พระเอกที่ต้องเลือกระหว่างการโจมตีตัวร้ายกับการปกป้องคนรัก มันคือทางเลือกที่ยากที่สุดของชีวิต สายไปที่จะลืม ฉากที่เจ้าสาวโดนแทงแล้วพระเอกวิ่งเข้าไปกอดเธอพร้อมร้องไห้คือโมเมนต์ที่เรียกน้ำตาได้ทันที ความรักที่แท้ต้องยอมเสียสละและเจ็บปวดด้วยกัน เป็นซีรีส์ที่สอนเกี่ยวกับความรักได้ดีมากผ่านเรื่องราวแฟนตาซีที่ตื่นเต้น
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม