ฉากในลิฟต์ระหว่างแม่ลูกช่างตึงเครียดจนหายใจไม่ออก สีหน้าของแม่ที่พยายามข่มอารมณ์แต่แววตากลับสั่นไหว บอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด การตัดสลับกับภาพชายชุดส้มที่กำลังปีนบันไดอย่างทุลักทุเล ยิ่งทำให้รู้ว่ารักยังไม่ทันเอ่ย นั้นหนักอึ้งแค่ไหน ความแตกต่างของชนชั้นถูกถ่ายทอดผ่านพื้นที่แคบๆ ได้อย่างน่าทึ่ง
ชอบมุมกล้องที่จับภาพชายชุดส้มมองขึ้นไปบนตึกสูงเสียดฟ้า กับภาพหญิงสาวที่ถูกกักขังอยู่บนนั้น มันสื่อถึงความห่างไกลที่จับต้องได้จริง แม้จะมองเห็นกันแต่ก็เอื้อมไม่ถึง ความพยายามของพ่อที่ต้องการจะไปถึงตัวลูกสาวช่างน่าสงสารและยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกันรักยังไม่ทันเอ่ย ของแม่ที่เลือกจะเดินเข้าลิฟต์กลับดูเย็นชาแต่แฝงความเจ็บปวด
ภาพชายชุดส้มที่เหงื่อท่วมตัว กำลังตะเกียกตะกายขึ้นบันไดทีละขั้น ช่างเป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุด เขาไม่สนว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแค่ไหน ขอแค่ได้ไปหาลูกสาวก็พอ ฉากนี้ทำให้รู้สึกว่ารักยังไม่ทันเอ่ย นั้นทรงพลังกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น การแสดงของนักแสดงนำชายชุดส้มถ่ายทอดความหมดหวังและความหวังออกมาได้สมบูรณ์แบบ
ห้องหรูบนตึกสูงที่ดูเหมือนสวรรค์ แต่สำหรับหญิงสาวในชุดสีขาว มันคือกรงขังที่โหดร้ายที่สุด ภาพเธอทุบกระจกและส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ข้างล่างไม่มีใครได้ยิน หรืออาจจะได้ยินแต่เลือกที่จะไม่สนใจ ความเงียบงันในลิฟต์ของแม่ลูกคู่หนึ่ง ตัดกับเสียงร้องไห้ของเธอ ช่างเป็นความขัดแย้งที่เจ็บปวด รักยังไม่ทันเอ่ย ในที่นี้คือความรักที่ถูกปิดกั้นโดยกำแพงเงินทอง
ตึกเดียวกันแต่แบ่งแยกคนสองโลกอย่างชัดเจน โลกของคนรวยในชุดสูทที่ดูเย็นชาและคำนวณ กับโลกของคนหาเช้ากินค่ำในชุดสะท้อนแสงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรัก การที่แม่เลือกจะยืนนิ่งในลิฟต์แทนที่จะหยุดรถหรือช่วยชายชุดส้ม สะท้อนให้เห็นว่ารักยังไม่ทันเอ่ย บางครั้งก็ถูกกลบฝังด้วยสถานะทางสังคมที่ต่างกันเกินไป
ชอบฉากที่หญิงสาวร้องไห้จนหน้าเปียกปอน เลือดที่มุมปากบอกเล่าความบอบช้ำที่เธอได้รับ แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือสายตาของแม่ที่มองผ่านเธอไปเหมือนคนแปลกหน้า ความเงียบในลิฟต์ดังกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ทั้งสิ้น รักยังไม่ทันเอ่ย ระหว่างแม่และลูกสาวคู่นี้ดูเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้ว บรรยากาศในฉากนี้บีบคั้นอารมณ์คนดูได้เป็นอย่างดี
การวิ่งของชายชุดส้มไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่มันคือการวิ่งแข่งกับเวลาและโชคชะตา ภาพเขาวิ่งผ่านยามรักษาการณ์ที่พยายามกั้นตัวเขาไว้ แสดงให้เห็นว่าอุปสรรคมีอยู่ทุกที่ แต่ความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่กว่ากฎระเบียบใดๆ รักยังไม่ทันเอ่ย ของพ่อยังคงดำเนินต่อไปแม้ร่างกายจะแทบพังทลาย ฉากนี้ทำให้คนดูเอาใจช่วยจนตัวโก่ง
ตัวละครชายหนุ่มในชุดสูทที่ดูหล่อเหลา แต่การกระทำกลับเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง การนั่งจิบไวน์โดยมีสุนัขนอนอยู่ข้างๆ ในขณะที่มนุษย์กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ช่างเป็นภาพที่เสียดสีสังคมได้เจ็บแสบ รักยังไม่ทันเอ่ย ในมุมของเขาคือการเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความรู้สึกของผู้อื่นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง การแสดงออกทางสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกยิ่งทำให้ตัวละครนี้น่ากลัว
ฉากที่ชายชุดส้มมองผ่านช่องประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ ปิดลง สู่สายตาของแม่ที่มองกลับมา มันคือช่วงเวลาที่เวลาหยุดเดิน ความรู้สึกที่ส่งผ่านสายตาคู่นั้นบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดว่า รักยังไม่ทันเอ่ย นั้นมีความหมายว่าอย่างไร การที่ประตูปิดกั้นพวกเขาไว้ไม่ใช่แค่ประตูเหล็ก แต่เป็นกำแพงแห่งความเข้าใจที่พังทลายลงไปแล้ว
ตอนจบที่ชายชุดส้มวิ่งมาถึงโถงลิฟต์แต่ประตูก็ปิดไปแล้ว ทิ้งให้เขายืนมองด้วยความหมดหวัง ช่างเป็นฉากที่หักมุมและเจ็บปวดที่สุด คนดูคงอยากตะโกนบอกให้แม่รอเขาหน่อย แต่ความเป็นจริงมันโหดร้ายเสมอ รักยังไม่ทันเอ่ย ของพ่อที่ต้องจบลงตรงนี้ ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกและอยากติดตามต่อว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปในแอปเน็ตชอร์ต
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม