ฉากเปิดเรื่องในสุสานช่างหดหู่ใจเหลือเกิน หญิงสาวในชุดดำยืนร้องไห้หน้าหลุมศพของพ่อ ความเจ็บปวดที่เธอแสดงออกผ่านแววตาทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจตามไปด้วย บรรยากาศหม่นหมองกับสีโทนเย็นยิ่งขับเน้นความเศร้าได้สมบูรณ์แบบ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้ทันทีโดยไม่ต้องมีคำพูดเยอะแยะ
จากฉากดราม่าหนักๆ ตัดมาสู่ฉากกลางคืนที่ดูมีเงื่อนงำ หญิงสาวคนเดิมที่เพิ่งร้องไห้ในสุสาน กลับมาปรากฏตัวในบทบาทคนขับรถสวมหมวกแก๊ปสีดำ ดูเย็นชาและมุ่งมั่น การเปลี่ยนอารมณ์จากเปราะบางเป็นเข้มแข็งแบบนี้ทำให้สงสัยว่าเธอวางแผนอะไรไว้กันแน่ เรื่องราวในรักยังไม่ทันเอ่ย น่าจะมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น
ฉากที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวถูกเพื่อนลากออกมาจากสถานบันเทิงในสภาพไม่สมประสติ แล้วถูกยัดใส่รถก่อนจะถูกทิ้งไว้ข้างทางคนเดียว ช่างดูน่าสงสารและชวนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา การที่คนขับซึ่งเป็นหญิงสาวมองเขาผ่านกระจกหลังด้วยสายตาว่างเปล่า ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามีปมขัดแย้งบางอย่างซ่อนอยู่
การเปลี่ยนลุคของนางเอกจากหญิงสาวผู้สูญเสียในชุดดำยาว มาเป็นสาวเท่ในชุดสูทและหมวกแก๊ปขณะขับรถสปอร์ตกลางเมืองยามค่ำคืน สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจอย่างชัดเจน เธออาจกำลังสวมหน้ากากเพื่อซ่อนความเจ็บปวดหรือเตรียมตัวสำหรับการแก้แค้น ฉากนี้ในรักยังไม่ทันเอ่ย ทำเอาคนดูตื่นเต้นอยากรู้ตอนต่อไปทันที
ชอบการจัดแสงและบรรยากาศในเมืองยามค่ำคืนมาก แสงไฟนีออนสะท้อนบนถนนที่เปียกฝนตัดกับความมืดมิดภายในรถ สร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและลึกลับได้ดีมาก โดยเฉพาะช็อตที่เห็นใบหน้าของนางเอกผ่านกระจกหลังรถ ท่ามกลางแสงไฟเบลอๆ ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและมุ่งมั่นภายในใจของเธอ
การที่นางเอกไปเยี่ยมหลุมศพพ่อแล้วร้องไห้หนักมาก บวกกับฉากต่อมาที่เธอขับรถตามชายหนุ่มที่เมาแอ๋ ชวนให้คิดว่าพ่อของเธออาจเสียชีวิตเพราะคนกลุ่มนี้ หรือมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่าง การกระทำของเธอที่ดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้เรื่องราวในรักยังไม่ทันเอ่ย น่าติดตามสุดๆ
นักแสดงนำหญิงทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวและฉากที่เปลี่ยนมาเป็นสีหน้าเรียบเฉยขณะขับรถ การถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนจากความรักและความแค้นออกมาทางสายตาทำให้ตัวละครมีมิติมาก คนดูอย่างเราแทบจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นของเธอได้เลย
ฉากที่นางเอกขับรถปอร์เช่ผ่านเมืองยามค่ำคืนช่างดูเท่และลึกลับมาก การที่เธอเลือกขับรถหรูขนาดนี้ในขณะที่ดูเหมือนกำลังทำภารกิจบางอย่าง ชวนให้สงสัยว่าเธอมีเบื้องหลังอะไรกันแน่ หรือรถคันนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบางอย่าง เรื่องราวในรักยังไม่ทันเอ่ย เริ่มน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ชอบที่เรื่องนี้ใช้การเล่าเรื่องผ่านภาพและการแสดงมากกว่าคำพูด ฉากที่นางเอกยืนเงียบๆ หน้าหลุมศพกับฉากที่เธอขับรถเงียบๆ คนเดียวกลางเมือง สื่อความหมายได้ลึกซึ้งมาก ความเงียบเหล่านี้ทำให้คนดูได้ตีความและจินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่
จากน้ำตาแห่งความสูญเสียในสุสาน สู่ความเย็นชาบนพวงมาลัยรถสปอร์ต ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อล้างแค้นของนางเอก การที่เธอตามชายหนุ่มที่เมาออกมาและทิ้งเขาไว้ข้างทาง อาจเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น เรื่องราวในรักยังไม่ทันเอ่ย กำลังจะเข้มข้นขึ้นแน่นอน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม