PreviousLater
Close

มหาศึกจ้าวมังกร ตอนที่ 23

2.2K3.0K

มหาศึกจ้าวมังกร

วิดาร์ อดีตจ้าวแห่งมังกรในตำนาน ทิ้งทุกอย่างมาเป็นแค่คนเลี้ยงม้านาน 5 ปี แต่เมื่อฮาคอน ศัตรูคู่แค้นหมายจะทำลายอาณาจักร เขาจึงต้องกลับขึ้นขี่มังกรอีกครั้ง ระหว่างสายเลือดกับศรัทธา มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถกำหนดชะตาของทั้งอาณาจักรได้
  • Instagram
แนะนำล่าสุด

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

ฉากเปิดที่กดดันสุดๆ

ตอนแรกเห็นพระเอกใส่เกราะมังกรยืนมองพระอาทิตย์ตกก็รู้สึกถึงความหนักอึ้งแล้ว พอเริ่มมีปากเสียงอารมณ์มันพุ่งพล่านมาก โดยเฉพาะฉากที่สายฟ้าฟาดลงมาตอนท้าย มันช่างเข้ากับบรรยากาศของมหาศึกจ้าวมังกรจริงๆ ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว

เคมีระหว่างตัวละครสุดปัง

ชอบโมเมนต์ที่พระเอกกับนางเอกคุยกันมาก แม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดแต่สายตาที่มองกันมันบอกอะไรได้เยอะมาก ฉากที่พระเอกเอามือแตะไหล่นางเอกแล้วพูดปลอบใจ มันซึ้งกินใจสุดๆ เป็นฉากที่แสดงความเป็นมหาศึกจ้าวมังกรได้ดีที่สุดฉากหนึ่งเลย

งานภาพสวยจนต้องหยุดดู

ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้ละเอียดมาก แสงตอนพระอาทิตย์ตกตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาหินมันสวยจนอยากแคปหน้าจอเก็บไว้ทุกเฟรม ยิ่งตอนฟ้าผ่าสีแดงฉานยิ่งเพิ่มความดราม่าให้มหาศึกจ้าวมังกรดูมีมิติขึ้นเยอะเลย

บทพูดที่แทงใจดำ

ชอบบทพูดของตัวละครที่มีหนวดเครามาก น้ำเสียงที่สั่นเครือตอนพูดมันสื่อถึงความเจ็บปวดได้ดีมาก ไม่ต้องใช้คำเยอะแต่คนดูเข้าใจอารมณ์ทันที มันทำให้มหาศึกจ้าวมังกรไม่ใช่แค่หนังต่อสู้แต่เป็นหนังที่เล่นกับความรู้สึกคนดูด้วย

ความตึงเครียดที่ค่อยๆ ปีนขึ้น

ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ค่อยๆ บีบอารมณ์คนดู จากตอนแรกที่แค่คุยกันธรรมดา พอผ่านไปสักพักเริ่มมีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า อากาศเปลี่ยน มันทำให้เรารู้สึกกดดันตามตัวละครไปด้วยจริงๆ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องในมหาศึกจ้าวมังกรที่ทำได้ดีมาก

เครื่องแต่งกายที่บอกสถานะ

สังเกตไหมว่าเกราะของตัวละครแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย พระเอกใส่เกราะมังกร นางเอกใส่เกราะหนังสีน้ำตาล ผู้ใหญ่ใส่ขนสัตว์ มันบอกสถานะและคาแรคเตอร์ได้ชัดเจนมากโดยไม่ต้องมีคำบรรยาย เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้มหาศึกจ้าวมังกรดูสมจริงขึ้น

ฉากจบที่ทิ้งปมไว้ให้คิด

ตอนจบที่เห็นเหรียญตกอยู่บนพื้นแล้วฟ้าผ่าลงมา มันเหมือนเป็นการทิ้งปมว่าสงครามยังไม่จบแค่นี้ คนดูอย่างเราต้องกลับไปคิดต่อว่าตัวละครจะเลือกทางไหนต่อ เป็นตอนจบที่เปิดกว้างสำหรับมหาศึกจ้าวมังกรได้ดีมาก

การแสดงสีหน้าที่ไม่ต้องใช้คำพูด

ชอบฉากที่นางเอกมองพระเอกแล้วน้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่ร้องไห้ออกมา มันสื่อถึงความเข้มแข็งและความเจ็บปวดได้ดีมาก การแสดงสีหน้าแบบนี้หาได้ยากในหนังทั่วไป ทำให้มหาศึกจ้าวมังกรโดดเด่นกว่าหนังแนวเดียวกัน

บรรยากาศที่สมจริงสุดๆ

ดูแล้วรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนหน้าผานั้นจริงๆ ลมที่พัดผมตัวละคร ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ แสงที่เปลี่ยนไปตามเวลา มันสร้างบรรยากาศได้สมจริงมาก ทำให้เราอินกับมหาศึกจ้าวมังกรได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพยายามมาก

ความขัดแย้งที่เข้าใจได้

ชอบที่หนังไม่ทำให้ตัวละครฝ่ายไหนดูเป็นผู้ร้ายเต็มตัว ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง มันทำให้เราเข้าใจความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในมหาศึกจ้าวมังกรได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่สู้กันเพราะอยากสู้ แต่สู้เพราะความจำเป็น