การสลับภาพระหว่างหญิงสาวที่คุกเข่าร้องไห้ กับกลุ่มคนบนแท่นที่สูงกว่า ช่วยเน้นย้ำความแตกต่างของสถานะและความสิ้นหวังได้ดีมาก จังหวะการตัดต่อใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง ทำออกมาได้กระชับ ไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูอยากกดดูตอนต่อไปทันทีว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร
ฉากที่แม่ต้องปกป้องลูกจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นคุณไสย ช่างเป็นพล็อตที่เรียกน้ำตาได้ง่ายๆ ความรักของแม่ที่มีต่อลูกสะท้อนออกมาทางสีหน้าและท่าทางอย่างชัดเจน ใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง ฉากนี้ถือเป็นจุดพีคที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครอย่างเต็มที่ อยากให้ความจริงปรากฏเร็วๆ
บรรยากาศในท้องพระโรงดูตึงเครียดมาก โดยเฉพาะตอนที่หญิงสาวชุดชมพูคุกเข่าลงกับพื้น สายตาของฮ่องเต้และฮองเฮาดูซับซ้อนจนน่ากลัว การแสดงสีหน้าของทุกคนใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย แค่เห็นแววตาก็รู้แล้วว่ากำลังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน
ฉากที่นางกำนัลถือตุ๊กตาฟางออกมาแล้วพูดจาโวยวายใส่พระมเหสีชุดเหลือง ช่างเป็นการเปิดปมดราม่าที่คลาสสิกแต่ได้ผลเสมอ ความตกใจบนใบหน้าของพระมเหสีทำให้คนดูอย่างเราใจหายวูบไปเลย เนื้อเรื่องใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง เดินเรื่องเร็วมาก ไม่ให้เราได้หายใจหายคอเลยจริงๆ
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมจริงๆ ชุดสีแดงของฮองเฮ้ากับชุดเหลืองของฮ่องเต้ดูหรูหราและสมฐานะมาก ลวดลายปักทองละเอียดสุดๆ ตัดกับชุดเรียบง่ายของหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ ทำให้เห็นลำดับชั้นชัดเจนทันทีที่เห็นภาพใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง ความสวยงามของฉากหลังก็ช่วยเสริมอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
ชอบมุมกล้องที่จับภาพสีหน้าของตัวละครตอนเกิดเหตุช็อก โดยเฉพาะตอนที่พระมเหสีชุดเหลืองได้ยินคำกล่าวหา สีหน้าเปลี่ยนจากสงบเป็นตกใจทันที ส่วนฮ่องเต้ก็ดูสับสนและกังวล การแสดงใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง เน้นการใช้สายตาและสีหน้าสื่อสารอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้คนดูอินไปกับสถานการณ์
แค่ฉากเดียวก็เห็นความขัดแย้งชัดเจนมาก ระหว่างฝ่ายที่ต้องการปกป้องลูกกับฝ่ายที่พยายามใส่ร้าย การที่เด็กน้อยยืนอยู่ตรงกลางทำให้รู้สึกสงสารจับใจ บรรยากาศใน ฟุกกี้ลุกขึ้นอีกครั้ง สร้างความกดดันให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในท้องพระโรงนั้นจริงๆ อยากรู้ต่อว่าฮ่องเต้จะตัดสินยังไง
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม