เห็นเด็กน้อยร้องไห้จนตัวสั่นแล้วใจสลายจริงๆ ฉากนี้ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล ทำออกมาได้เจ็บปวดมาก แววตาของราชินีที่พยายามกลั้นน้ำตาแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว มันสื่อถึงความหมดหนทางได้ดีสุดๆ บรรยากาศในโถงวังที่ดูหรูหราแต่กลับเต็มไปด้วยความเศร้า มันช่างขัดแย้งกันจนน่าใจหาย ดูแล้วต้องเตรียมทิชชู่ไว้เยอะๆ เลยค่ะ
ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบโศกนาฏกรรม แต่พอหญิงสาวชุดทองเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม มันเหมือนแสงสว่างกลางความมืดมิดเลย การที่เธอจูงมือเพื่อนสาววิ่งออกไป มันสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ได้ดีมาก ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล ฉากนี้เปลี่ยนอารมณ์คนดูได้รวดเร็วจริงๆ จากที่ร้องไห้หนักมากก็กลายเป็นยิ้มได้ทันที
ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่อง พี่เลี้ยงสยบตระกูล มากๆ ชุดสีน้ำเงินเข้มของราชินีดูทรงพลังแต่ก็ซ่อนความอ่อนแอไว้ ในขณะที่ชุดสีทองของหญิงสาวอีกคนดูสดใสและมีชีวิตชีวา การเปลี่ยนผ่านจากฉากดราม่ามาเป็นฉากที่มีความสุข มันถูกเสริมด้วยสีสันของเสื้อผ้าได้อย่างลงตัว ทุกรายละเอียดทำออกมาได้ดีมาก
ฉากที่ทหารสองคนพาเด็กน้อยออกไป มันเจ็บปวดแต่ก็จำเป็น บางครั้งความรักก็ต้องรู้จักปล่อยมือ ราชินีในเรื่อง พี่เลี้ยงสยบตระกูล สอนให้เราเห็นว่าความเข้มแข็งไม่ใช่การยึดติด แต่คือการยอมรับความจริง แม้ใจจะขาดแต่ก็ต้องทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ดูแล้วได้ข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิตเยอะมาก
ชอบโมเมนต์ที่หนุ่มชุดดำเดินเข้ามาหาหญิงสาวชุดน้ำตาลมาก สายตาที่มองกันมันบอกอะไรได้เยอะโดยไม่ต้องพูด ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล ความสัมพันธ์ของคู่นี้ดูมีความลึกซึ้งและน่าค้นหา การที่เขายืนเคียงข้างเธอในยามวิกฤต มันทำให้รู้ว่าเขาพร้อมจะปกป้องเธอเสมอ เป็นคู่ที่จิ้นได้ไม่หยุดจริงๆ
จากฉากที่ทุกคนร้องไห้โหยหวน เปลี่ยนมาเป็นฉากที่หญิงสาวสองคนวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุข มันช่างเป็นการตัดต่อที่กล้าหาญมาก ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล ผู้กำกับเล่นกับอารมณ์คนดูได้อย่างอยู่หมัด ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะทางอารมณ์ แต่พอดูจบแล้วรู้สึกอิ่มเอิบใจมาก เป็นตอนที่ประทับใจสุดๆ
ฉากที่หญิงสาวชุดทองมาจับมือเพื่อนแล้วพาวิ่งหนีความทุกข์ มันช่างสวยงามและมีความหมายมาก ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล มันแสดงให้เห็นว่ามิตรภาพสามารถเยียวยาทุกสิ่งได้ แม้โลกจะโหดร้ายแค่ไหนแต่เพียงแค่มีเพื่อนอยู่ข้างๆ ก็ผ่านไปได้ รอยยิ้มของเธอทั้งสองคนมันชวนให้ยิ้มตามมาก ดูแล้วอยากมีเพื่อนแบบนี้บ้าง
นักแสดงในเรื่อง พี่เลี้ยงสยบตระกูล เล่นได้ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะฉากที่ราชินีพยายามกลั้นน้ำตาแล้วมือสั่นถือผ้าเช็ดหน้า มันคือรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ตัวละครดูมีมิติและสมจริง การแสดงสีหน้าของแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครทุกตัวเลย
ต้องยกนิ้วให้กับการออกแบบฉากใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล โถงวังที่กว้างใหญ่กับพื้นลายหมากรุกและโคมไฟระย้า มันสร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่และสมจริงมาก แสงเงาที่ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้ดี ไม่ว่าจะเป็นฉากเศร้าหรือฉากสุข ทุกอย่างดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศของวังอย่างลงตัว
แม้ฉากนี้จะดูจบแบบมีความสุข แต่สายตาของหนุ่มชุดดำที่มองหญิงสาวชุดน้ำตาลในตอนท้าย มันเหมือนจะบอกใบ้ว่ายังมีเรื่องราวอีกมากที่ต้องเกิดขึ้น ใน พี่เลี้ยงสยบตระกูล ดูเหมือนว่าความท้าทายยังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า ทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นและรอคอยตอนต่อไปมากๆ อยากรู้แล้วว่าพวกเขาจะเผชิญอะไรอีก
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม