ฉากเปิดด้วยรถเข็นเด็กสีทองระยิบระยับทันทีสร้างความรู้สึกถึงความมั่งคั่งระดับมหาเศรษฐี แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นคือการกดขี่ที่เห็นได้ชัด การที่แม่บ้านถูกทำร้ายเพียงเพราะดูแลเด็กน้อย ทำให้เห็นด้านมืดของสังคมชั้นสูงในเรื่อง พี่เลี้ยงคนโปรด ได้อย่างน่าตกใจ ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นถูกขับเน้นผ่านเครื่องแต่งกายและการกระทำที่รุนแรง
สีหน้าของแม่บ้านตอนถูกตบและถูกเหยียบมือทำให้คนดูเจ็บปวดแทนจริงๆ การแสดงออกทางสีตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ต้องทนเงียบเพราะสถานะทางสังคม เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ผู้กำกับใส่ใจมาก ฉากนี้ใน พี่เลี้ยงคนโปรด ทำให้เราตั้งคำถามว่าความยุติธรรมอยู่ที่ไหนเมื่อเงินทองสามารถซื้อทุกอย่างได้แม้แต่ความเจ็บปวดของผู้อื่น
ตอนแรกคิดว่าผู้หญิงชุดทองจะเป็นแค่คนใช้เงินแก้ปัญหา แต่พอเห็นฉากเธอหกล้มเองแล้วโกรธแค้นจนทำร้ายคนอื่น ยิ่งทำให้เห็นนิสัยที่แท้จริง การที่เธอไม่สนใจเสียงร้องของเด็กน้อยแต่สนใจแค่ความเจ็บปวดของตัวเอง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญใน พี่เลี้ยงคนโปรด ที่ทำให้คนดูเริ่มเอาใจช่วยแม่บ้านและรอคอยวันที่เธอจะได้ตอบแทนบ้าง
ฉากที่แม่บ้านถูกกดหัวลงพื้นแล้วไม่กล้าสู้กลับ สื่อถึงความไร้พลังของชนชั้นล่างได้ชัดเจนมาก แม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ต้องยอมทนเพราะกลัวเสียงานทำ ความเงียบของเธอใน พี่เลี้ยงคนโปรด ดังกว่าเสียงกรีดร้องเสียอีก เพราะมันสะท้อนความจริงของสังคมที่คนจนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องขอความยุติธรรมจากคนรวย
รถเข็นเด็กสีทองที่ประดับเพชรพลอยไม่ใช่แค่ของใช้แต่เป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม เด็กน้อยในนั้นอาจยังไม่รู้เรื่องแต่โตขึ้นมาจะต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าความมั่งคั่งสร้างจากอะไร ใน พี่เลี้ยงคนโปรด รถเข็นคันนี้กลายเป็นพยานเงียบๆ ที่เห็นทุกความโหดร้ายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่ไม่สามารถทำอะไรได้
การตัดฉากจากบ้านหรูไปยังออฟฟิศบริษัทแอสเตอร์สร้างความสงสัยว่าผู้ชายในชุดสูทจะเข้ามามีบทบาทอย่างไร การที่เขาได้รับเอกสารสำคัญแล้วมีสีหน้าตกใจ ชี้ให้เห็นว่าอาจมีบางอย่างที่ผู้หญิงชุดทองไม่ต้องการให้รู้ ใน พี่เลี้ยงคนโปรด ฉากนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอำนาจที่อาจช่วยแม่บ้านให้พ้นจากความทุกข์ทรมานได้
ผู้หญิงชุดทองสวยมากแต่ยิ่งสวยยิ่งน่ากลัว การแต่งตัวหรูหราด้วยชุดปักเลื่อมและเครื่องประดับราคาแพงกลับกลายเป็นหน้ากากปิดบังจิตใจที่โหดร้าย ใน พี่เลี้ยงคนโปรด ความงามของเธอไม่ได้ทำให้คนดูหลงรักแต่ทำให้รู้สึกหวาดระแวง เพราะรู้ว่าภายใต้ความสวยงามนั้นซ่อนความชั่วร้ายที่พร้อมจะทำร้ายใครก็ได้ที่ไม่ได้ดั่งใจ
แม่บ้านอีกคนที่ยืนดูเหตุการณ์แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วย เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในสังคมที่เห็นความไม่ยุติธรรมแต่เลือกที่จะเงียบเพราะกลัวเดือดร้อน การที่เธอต้องจับเพื่อนไว้ไม่ให้ลุกขึ้นสู้ใน พี่เลี้ยงคนโปรด แสดงให้เห็นว่าระบบนี้ไม่ได้กดขี่แค่คนเดียวแต่ทำให้ทุกคนต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่รู้ตัว
เด็กน้อยร้องไห้ตลอดฉากแต่ไม่มีใครสนใจยกเว้นแม่บ้านที่พยายามจะปลอบ แต่ถูกทำร้ายเสียก่อน เสียงร้องของเด็กใน พี่เลี้ยงคนโปรด เป็นเหมือนเสียงเตือนใจว่าความโหดร้ายของผู้ใหญ่กำลังทำลายความไร้เดียงสาของเด็กน้อย ที่ควรจะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง
แม้ฉากนี้จะจบแบบหักอกแต่คนดูรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบจริง การที่ผู้ชายในออฟฟิศได้รับเอกสารบางอย่างชี้ให้เห็นว่าความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย ใน พี่เลี้ยงคนโปรด เราเชื่อว่าความยุติธรรมจะต้องชนะในที่สุด และผู้หญิงชุดทองจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสมสำหรับการทำร้ายผู้อื่นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวเอง
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม