ฉากเปิดประตูรับจดหมายทำเอาใจสั่นตาม โคลอี้ เลยค่ะ แค่เห็นหน้าไปรษณีย์ก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ พอฉีกซองออกมาเห็นตัวเลขเท่านั้นแหละ หน้าเธอเปลี่ยนทันที สีหน้าตกใจผสมความกลัวมันสมจริงมาก ดูแล้วเครียดแทนคนแสดงจริงๆ
ชอบตรงที่อารมณ์มันพุ่งพล่านมาก โคลอี้ วิ่งเข้าไปหาพี่ชายแล้วโยนจดหมายใส่หน้า แต่เขากลับทำหน้าเฉยชา ยิ่งตอนแม่เดินเข้ามาแล้วใส่ชุดคาร์ดิแกนลายดอก ยิ่งเพิ่มความกดดันให้ฉากนี้ดูอึดอัดจนหายใจไม่ออกเลย
ซีนร้องไห้ของ โคลอี้ คือพีคมาก น้ำตาไหลเป็นสายโดยไม่พยายามแสดงออกว่ากำลังร้องไห้ มันดูเจ็บปวดจากข้างในจริงๆ ยิ่งตอนเธอเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อยีนส์ ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ อยากเข้าไปกอดให้หายเศร้าเลย
เรื่องราวใน พี่เลี้ยงคนโปรด มันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ แค่ใบเสร็จใบเดียวทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวสั่นคลอนได้ขนาดนี้เลยเหรอ แม่ที่ยืนกอดอกมองลูกสาวด้วยสายตาตำหนิ มันสื่อถึงความผิดหวังได้โดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลย
ตอนที่ โคลอี้ ตะโกนใส่แม่นี่คือระเบิดอารมณ์ชัดๆ เสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความน้อยใจ ส่วนพี่ชายนั่งนิ่งอยู่ด้านหลังเหมือนคนผิดที่ไม่กล้าสู้หน้าใคร บรรยากาศในห้องครัวตอนนั้นตึงจนแทบจะตัดด้วยมีดได้เลย
ฉากที่ โคลอี้ วิ่งออกจากบ้านมาแบบไม่คิดอะไรเลย ใส่ชุดนอนกับเสื้อยีนส์ตัวเดิม มันสื่อว่าเธอรับไม่ไหวจริงๆ แล้วการที่เธอวิ่งออกมาเจอบุคคลลึกลับในชุดสูทสีดำ ยิ่งทำให้สงสัยว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง
การปรากฏตัวของชายชุดสูทตอนท้ายคือจุดหักมุมที่ดีมาก เขาเดินเข้ามาอย่างสง่าท่ามกลางแสงแดด ตัดกับภาพ โคลอี้ ที่กำลังร้องไห้หน้าบ้าน มันเหมือนเป็นสัญญาณว่าชีวิตเธออาจจะกำลังจะเปลี่ยนไปในทิศทางใหม่
ต้องยกนิ้วให้นักแสดงนำในเรื่อง พี่เลี้ยงคนโปรด เลยค่ะ โดยเฉพาะสีหน้าตอนอ่านจดหมายแล้วค่อยๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจ แล้วสุดท้ายคือสิ้นหวัง มันละเอียดอ่อนมาก ดูแล้วอินตามไปทุกอารมณ์จริงๆ
ชอบการจัดแสงในบ้านที่ดูทึมๆ สลัวๆ มันช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้ดีมาก พอตัดภาพมาข้างนอกที่เป็นแสงแดดจ้า มันยิ่งทำให้รู้สึกว่าการหนีออกมาข้างนอกอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป ช่างภาพเก่งมาก
ตอนจบที่ชายชุดสูทหันมามอง โคลอี้ ด้วยสายตาจริงจัง มันทิ้งปมไว้ให้คนดูสงสัยเยอะมาก เขาเป็นใครกันแน่ มาเพื่อช่วยหรือมาเพื่อซ้ำเติม เรื่องราวหนี้สินนี้จะคลี่คลายยังไง ต้องรอดูตอนต่อไปแล้วล่ะ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม