สีหน้าของพ่อตอนเห็นลูกสาวกลับมา มันมีความดีใจปนกับความเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก เขาพยายามทำตัวให้ดูดีที่สุดทั้งที่สภาพห้องอาจจะไม่หรูหราเหมือนที่ลูกอยู่ การแสดงออกทางสีตาของนักแสดงนำชายในเรื่องพระนางหล่อสวย ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน คือมันมีความรักที่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
โมเมนต์ที่ลูกสาวหยิบดูกระดาษคำตอบหรือเอกสารบนโต๊ะ แล้วพ่อยืนมองด้วยความภูมิใจ มันคือจุดพีคของเรื่องนี้เลย พ่ออาจจะไม่ได้ให้สิ่งของอะไรลูกมาก แต่ให้การศึกษาและความรักเต็มเปี่ยม เหมือนพล็อตในพระนางหล่อสวย ที่พระเอกมักจะเสียสละเพื่อคนที่รักเสมอ
การแต่งตัวของลูกสาวที่ดูแพงและทันสมัย ตัดกับสภาพห้องที่ดูเรียบง่ายของพ่อ แต่มันกลับดูอบอุ่นอย่างประหลาด ฉากนี้ทำให้คิดถึงฉากในพระนางหล่อสวย ที่นางเอกต้องกลับสู่บ้านเกิดแล้วพบความเรียบง่ายที่แท้จริง ความขัดแย้งทางภาพแต่กลมกลืนทางความรู้สึก
ไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลย แค่สายตาระหว่างพ่อกับลูกก็บอกทุกอย่างแล้ว พ่อมองลูกด้วยความเอ็นดู ลูกมองพ่อด้วยความซาบซึ้งใจ การแสดงแบบนี้หาชมยากมากในยุคนี้ คล้ายกับเคมีระหว่างคู่พระนางในพระนางหล่อสวย ที่แค่สบตากันก็รู้ใจ
ชอบมุมกล้องที่ถ่ายให้เห็นความกว้างของห้องเล็กๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความรัก การวางตำแหน่งตัวละครให้พ่ออยู่ต่ำกว่านิดหน่อยตอนทำความสะอาด แล้วลูกสาวเดินเข้ามา มันสื่อถึงสถานะและความเคารพได้ดีมาก เทคนิคการถ่ายแบบนี้ทำให้คิดถึงงานภาพในพระนางหล่อสวย เลย
ตอนที่พ่อชี้ไปที่รูปถ่ายหรือผลงานของลูกบนผนัง แล้วพูดอะไรบางอย่าง (แม้จะไม่ได้ยินเสียง) แต่สีหน้ามันบอกชัดเจนว่าภูมิใจแค่ไหน การสร้างตัวละครพ่อแบบนี้ทำให้คนดูน้ำตาซึม เหมือนตัวละครพ่อในพระนางหล่อสวย ที่มักจะเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของลูกเสมอ
ตอนจบที่พ่อมองลูกสาวด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา มันคือความหมายของคำว่ารักแท้ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เรื่องสั้นเรื่องนี้สอนให้เรากลับไปกอดพ่อแม่มากขึ้น ก่อนที่จะสายเกินไป เช่นเดียวกับข้อคิดดีๆ ที่ได้จากพระนางหล่อสวย ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของครอบครัว
ฉากที่พ่อทำความสะอาดห้องอย่างเงียบเชียบตัดกับชุดสวยของลูกสาวที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ช่างเป็นภาพที่สะท้อนความห่างเหินได้ดีมาก ในเรื่องพระนางหล่อสวย ก็มีการใช้ภาษากายแบบนี้สื่ออารมณ์ได้ดีเช่นกัน การที่พ่อพยายามจัดเก้าอี้ให้ลูกนั่ง ทั้งที่ตัวเองยังถือไม้กวาดอยู่ มันทำให้ใจสลายจริงๆ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม