ตอนที่รถจี๊ปสีดำพุ่งเข้ามาพร้อมไฟหน้าสว่างจ้า มันคือสัญญาณของการมาถึงของฮีโร่ พระเอกในชุดสูทที่เปิดอกโชว์ซิกแพคเดินลงมาพร้อมปืนในมือ ดูอันตรายและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน การที่เขาจ้องมองผู้ร้ายด้วยสายตาเย็นชาแล้วเล็งปืนใส่หัว แสดงให้เห็นว่าเขามาเพื่อจัดการปัญหาให้จบเด็ดขาด ฉากนี้ในพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทำให้คนดูรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที
เรื่องราวในพันธะร้ายพ่อทูนหัว นำเสนอความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก ด้านหนึ่งคือฉากต่อสู้ที่เต็มไปด้วยหมัดและการใช้ปืน อีกด้านคือความอ่อนโยนที่พระเอกมีต่อนางเอก การที่เขาต้องกลายเป็นคนดุร้ายเพื่อปกป้องคนที่รัก ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่พระเอกธรรมดาแต่เป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนสำคัญ แม้จะต้องเปื้อนเลือดก็ตาม
การใช้ฉากฝนตกตลอดทั้งเรื่องช่วยเสริมอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก ฝนไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังแต่เป็นสัญลักษณ์ของความเศร้าและความอันตรายที่รายล้อมตัวละคร ฉากที่นางเอกนั่งร้องไห้กลางถนนเปียกๆ กับฉากที่พระเอกยืนถือปืนท่ามกลางสายฝน มันสร้างความรู้สึกดราม่าที่เข้มข้นมาก ดูแล้วอินไปกับตัวละครสุดๆ เป็นงานภาพที่สวยงามและสื่อความหมายได้ดีมากในพันธะร้ายพ่อทูนหัว
ต้องยอมรับว่าตัวผู้ร้ายที่มีหนวดและผมยาวดูมีเสน่ห์ในแบบของผู้ร้ายจริงๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยตอนที่เขาทำร้ายนางเอกแสดงถึงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ แต่พอเจอพระเอกเข้าก็แสดงอาการกลัวจนน่าขำ การที่เขาพยายามทำท่าทางข่มขู่แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อปืนของพระเอก ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของพลังอำนาจระหว่างสองตัวละครนี้อย่างชัดเจนมาก
ตอนจบที่พระเอกเล็งปืนใส่หัวผู้ร้ายขณะที่นางเอกมองดูด้วยความตกใจและน้ำตาไหล มันคือฉากที่บีบหัวใจมาก เราไม่รู้ว่าเขาจะยิงหรือไม่ยิง แต่แววตาของพระเอกบอกว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนางเอก ฉากนี้ในพันธะร้ายพ่อทูนหัว ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูคิดต่อว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ความรักของพวกเขาจะผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ไหม