การต่อสู้ในทะเลทรายของเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นทำออกมาได้สมจริงและตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครหลักใช้ดาบพลังงานสีฟ้าฟาดฟันศัตรู ดูแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง บรรยากาศของทะเลทรายที่กว้างใหญ่และแห้งแล้งช่วยเสริมความดราม่าได้ดีมาก การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแต่ละคนก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับเรื่องราว
ตัวละครชายชราในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นมีเสน่ห์มาก ทั้งท่าทางที่ดูสงบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ ฉากที่เขาแปลงร่างหรือปลดปล่อยพลังออกมาทำให้ขนลุกจริงๆ การออกแบบชุดเกราะสีขาวทองก็ดูหรูหราและสมกับเป็นผู้นำ การแสดงของนักแสดงที่ทำให้เห็นถึงความเจ็บปวดและความหวังในเวลาเดียวกันนั้นยอดเยี่ยมมาก เป็นตัวละครที่ขโมยซีนไปเลย
ศัตรูในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นออกแบบได้น่ากลัวมาก โดยเฉพาะรูปลักษณ์ที่ดูแห้งเหี่ยวและมีหนามแหลมคม การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและดุร้ายทำให้ฉากต่อสู้มีความตึงเครียดสูง ฉากที่พวกมันโผล่ขึ้นมาจากทรายหรือวิ่งไล่ล่าตัวละครหลักนั้นทำเอาใจหายใจคว่ำจริงๆ การสร้างเสียงประกอบก็ช่วยเพิ่มความน่ากลัวได้เป็นอย่างดี เป็นศัตรูที่ดูอันตรายและน่าเกรงขามมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหญิงสาวและชายหนุ่มในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นดูมีความลึกซึ้งมาก ทั้งการปกป้องซึ่งกันและกันและการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ฉากที่พวกเขาหันหลังให้กันแล้วยิงปืนใส่ศัตรูนั้นแสดงถึงความไว้ใจที่สมบูรณ์แบบ การแสดงออกทางสายตาที่สื่อถึงความห่วงใยแม้ในยามวิกฤตทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นคู่หูที่ดูเข้ากันมากและทำให้เรื่องราวมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
ฉากที่ตัวละครชายชราแปลงร่างในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นทำออกมาได้สวยงามมาก แสงสีเขียวที่พุ่งออกมาจากตัวเขาดูมีพลังและน่าทึ่ง การเปลี่ยนแปลงจากใบหน้าที่แก่ชราไปเป็นใบหน้าที่หนุ่มแน่นนั้นทำได้อย่างเนียนตา การออกแบบชุดเกราะที่เปลี่ยนไปด้วยก็ดูทันสมัยและทรงพลัง ฉากนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้เห็นการเกิดใหม่ของตัวละครที่สำคัญมาก เป็นฉากที่ตราตรึงใจจริงๆ
การถ่ายทำในทะเลทรายของเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นทำออกมาได้สมจริงมาก ทั้งเม็ดทรายที่ปลิวไปตามลมและแสงแดดที่ส่องลงมาอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกถึงความร้อนและความแห้งแล้งจริงๆ ฉากที่ตัวละครเดินผ่านเนินทรายสูงๆ นั้นแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการเดินทาง การออกแบบสถานที่ที่มีโครงสร้างกระดูกขนาดยักษ์ก็เพิ่มความลึกลับให้กับเรื่องราว เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบมาก
ฉากที่ตัวละครชายชราถูกทำร้ายในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นบีบหัวใจมาก การแสดงออกทางสีหน้าที่เจ็บปวดและสายตาที่มองไปยังตัวละครอื่นนั้นทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจ ฉากที่เลือดไหลออกมาจากชุดเกราะสีขาวนั้นสร้างความรู้สึกสูญเสียอย่างรุนแรง การที่ตัวละครอื่นพยายามช่วยแต่ดูเหมือนจะสายเกินไปนั้นเพิ่มความดราม่าได้เป็นอย่างดี เป็นฉากที่ทำให้คนดูน้ำตาไหลได้เลย
อาวุธและเทคโนโลยีในเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นออกแบบได้น่าทึ่งมาก ทั้งดาบพลังงานสีฟ้าที่ดูคมกริบและปืนที่มีแสงเลเซอร์สีน้ำเงิน การออกแบบชุดเกราะที่มีแสงไฟวิ่งอยู่ตามข้อต่อก็ดูทันสมัยมาก ฉากที่ตัวละครใช้อาวุธเหล่านี้ต่อสู้กับศัตรูนั้นทำออกมาได้ตื่นเต้นและเร้าใจ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับบรรยากาศโบราณนั้นทำได้ดีมาก เป็นจุดเด่นของเรื่องเลย
การเล่าเรื่องใน ผนึกแดนรกร้าง นั้นมีจังหวะที่รวดเร็วและไม่น่าเบื่อเลย ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่รถวิ่งผ่านทะเลทรายไปจนถึงฉากต่อสู้ที่ดุร้าย ทุกฉากเชื่อมต่อกันได้อย่างลื่นไหล การสลับระหว่างฉากแอ็คชั่นและฉากดราม่านั้นทำได้ดีมาก ทำให้คนดูไม่รู้สึกเหนื่อยกับการดูเรื่องยาวๆ การตัดต่อที่รวดเร็วแต่ไม่สับสนนั้นแสดงถึงฝีมือของผู้กำกับที่ยอดเยี่ยม เป็นเรื่องที่ดูแล้วติดหนึบมาก
ฉากจบของเรื่อง ผนึกแดนรกร้าง นั้นทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดต่อมาก โดยเฉพาะการที่ตัวละครชายชราแปลงร่างแล้วมองไปยังตัวละครอื่นด้วยสายตาที่ซับซ้อน การที่ยังมีศัตรูเหลืออยู่และดูเหมือนจะมีแผนการบางอย่างนั้นทำให้คนดูอยากรู้ต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การแสดงออกทางสีหน้าที่ทั้งโล่งใจและกังวลในเวลาเดียวกันนั้นทำได้ดีมาก เป็นฉากจบที่ทำให้คนดูรอคอยภาคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม