ฉากเปิดเรื่องในตรอกมืดช่างสร้างบรรยากาศได้กดดันสุดๆ การปรากฏตัวของแวมไพร์หนุ่มในเสื้อแจ็คเก็ตสีแดงพร้อมเขี้ยวแหลมคมทำให้ขนลุกทันที แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือการเข้ามาของชายชุดสูทที่จัดการเขาได้อย่างง่ายดาย เรื่องราวในปะทะราชันเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อแก๊งอันธพาลติดอาวุธหนักบุกเข้ามา แต่กลับถูกจัดการโดยชายผมขาวผู้ลึกลับ ฉากแอ็คชั่นรวดเร็วและรุนแรงมาก
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องแวมไพร์ธรรมดา แต่พอเห็นชายชุดสูทจัดการไอ้หนุ่มแวมไพร์ได้แค่ปลายนิ้วก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา การมาถึงของแก๊งมาเฟียที่ดูเหมือนจะเก่งแต่กลับถูกยิงร่วงเหมือนใบไม้ร่วงโดยมือซุ่มยิงบนดาดฟ้า เป็นฉากที่ตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะตอนที่ชายผมขาวเดินผ่านกระสุนเข้ามาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ในปะทะราชันฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าใครคือตัวจริง
ต้องยอมรับว่าตัวละครชายผมขาวที่มีรอยสักนกบนอกคือจุดเด่นของเรื่องจริงๆ ร่างกายที่ล่ำสันและแววตาที่ดุดันทำให้เขาดูน่าเกรงขามมาก ฉากที่เขาเดินออกจาก รถกระบะสีดำท่ามกลางสายฝนและกระสุนที่ปลิวว่อนรอบตัว ช่างเป็นภาพที่ทรงพลังสุดๆ การที่เขาเข้าไปในอาคารแล้วเผชิญหน้ากับทุกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความอันตราย ทำให้รู้ว่าปะทะราชันมีตัวละครที่สร้างมาเพื่อเป็นตำนานอย่างแท้จริง
ต้องชมทีมสร้างเรื่องการใช้แสงและสีในเรื่องนี้มาก ฉากในตรอกที่ใช้โทนสีฟ้าเย็นตัดกับแสงสีส้มจากโคมไฟเก่าๆ ช่วยสร้างอารมณ์ที่หม่นหมองได้ดีมาก ฉากการต่อสู้กลางสายฝนที่แสงจากไฟถนนสะท้อนกับพื้นถนนเปียกๆ ทำให้เห็นรายละเอียดการเคลื่อนไหวได้ชัดเจน โดยเฉพาะฉากสโลว์โมชั่นตอนกระสุนกระทบพื้นน้ำ เป็นงานภาพที่สวยงามและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน ปะทะราชันทำออกมาได้ระดับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่
ฉากการต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การตีกันธรรมดา แต่มีการใช้กลยุทธ์และการวางแผนอย่างชัดเจน การที่มือซุ่มยิงคอยสนับสนุนจากที่สูงทำให้การต่อสู้มีมิติมากขึ้น ฉากที่แก๊งอันธพาลพยายามจะสู้แต่กลับถูกจัดการอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับฝีมือ ความรุนแรงในเรื่องนี้ไม่ได้มีเพื่อโชว์เลือดแต่มีเพื่อแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่แท้จริง ในปะทะราชันทุกฉากต่อสู้มีความหมายและขับเคลื่อนโครงเรื่องไปข้างหน้า
แม้จะปรากฏตัวไม่มากแต่ตัวละครหญิงที่มีแขนหักและใส่สลิงก็สร้างประทับใจได้มาก สีหน้าและแววตาของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่รอให้คนอื่นมาช่วย การที่เธอแสดงอาการตกใจเมื่อเห็นการต่อสู้แสดงให้เห็นว่าเธอมีอารมณ์และความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ ฉากที่เธอมองดูเหตุการณ์ด้วยความกังวลทำให้คนดูเอาใจช่วย ในปะทะราชันตัวละครหญิงตัวละครนี้ถูกสร้างมาให้มีมิติและน่าสนใจไม่น้อยหน้าตัวละครชาย
ต้องยอมรับว่าดนตรีประกอบในเรื่องนี้ช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เสียงดนตรีที่ดุดันและหนักแน่นในฉากต่อสู้ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เสียงฝนตกและเสียงกระสุนที่ดังชัดเจนช่วยสร้างบรรยากาศที่สมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่ชายผมขาวเดินเข้าไปในอาคาร ดนตรีที่ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นทำให้รู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ในปะทะราชันดนตรีประกอบไม่ได้เป็นแค่พื้นหลังแต่เป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนอารมณ์ของคนดู
ฉากเปิดเรื่องในตรอกมืดที่มีแสงไฟสลัวๆ และพื้นถนนที่เปียกชื้นสร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่ากลัวได้ดีมาก การปรากฏตัวของแวมไพร์หนุ่มที่ดูเหมือนจะเก่งแต่กลับถูกจัดการได้ง่ายๆ ทำให้คนดูรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา ฉากที่ชายชุดสูทนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความอันตราย เป็นภาพที่ติดตาทันที ในปะทะราชันฉากเปิดเรื่องทำได้ยอดเยี่ยมในการดึงดูดความสนใจและทำให้คนดูอยากติดตามต่อ
ตัวละครในเรื่องนี้แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมาก แวมไพร์หนุ่มในเสื้อแจ็คเก็ตสีแดงที่ดูบ้าคลั่ง ชายชุดสูทที่ดูเย็นชาและทรงพลัง ชายผมขาวที่มีรอยสักนกและร่างกายล่ำสันที่ดูน่าเกรงขาม แก๊งอันธพาลที่ดูโหดแต่กลับแพ้ราบคาบ การออกแบบตัวละครแต่ละตัวไม่ได้มีแค่รูปร่างหน้าตาแต่รวมถึงบุคลิกและวิธีการต่อสู้ที่ทำให้แต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ในปะทะราชันตัวละครแต่ละตัวถูกสร้างมาอย่างพิถีพิถันและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
เรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่มากมายที่ยังไม่ได้เปิดเผย ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่ละตัวดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่เห็น การที่ชายชุดสูทสามารถจัดการแวมไพร์ได้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา การที่ชายผมขาวสามารถเดินผ่านกระสุนได้โดยไม่เป็นอะไรทำให้สงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ในปะทะราชันทุกฉากมีเบาะแสที่ซ่อนอยู่และทำให้คนดูอยากติดตามเพื่อดูว่าความจริงคืออะไร เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลับนี้ทำให้เรื่องน่าสนใจและน่าติดตามมาก
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม