ฉากที่องค์ชายกำลังชงชาอย่างใจเย็น แต่พอพระสนมเข้ามา บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความรักและความแค้นที่ซ่อนอยู่ เรื่อง บ่วงบาศใจกษัตริย์ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก ทำให้เราอยากรู้ว่าเบื้องหลังความสัมพันธ์ของพวกเขามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของ บ่วงบาศใจกษัตริย์ เลย ชุดของพระสนมที่สวมใส่มีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งเครื่องประดับศีรษะที่ทำจากทองคำและไข่มุก รวมถึงผ้าไหมเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทุกครั้งที่เธอขยับตัว เครื่องประดับส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวละครสุดๆ
ช่วงกลางเรื่องที่มีฉากต่อสู้ในยามค่ำคืน แสงสีน้ำเงินที่ส่องผ่านสายฝนทำให้เห็นเงาของนักดาบที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้จะมองไม่ชัดแต่กลับสร้างความตื่นเต้นได้มากกว่าฉากสว่างๆ เสียอีก บ่วงบาศใจกษัตริย์ รู้จักใช้แสงและเงาเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูได้ดีมาก
ชอบการแสดงขององค์ชายมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาได้ยินคำพูดของพระสนม สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นเจ็บปวดและสับสนภายในไม่กี่วินาที ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน บ่วงบาศใจกษัตริย์ มีนักแสดงที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านสายตาได้ดีจริงๆ
มีหลายฉากในเรื่อง บ่วงบาศใจกษัตริย์ ที่ตัวละครไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยพลัง เช่น ตอนองค์ชายวางแผ่นตราคำสั่งลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องในใจคนดู มันสื่อถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของทุกคนในเรื่องไปตลอดกาล
ตัวละครนางกำนัลที่แต่งกายด้วยชุดสีชมพูดูเรียบง่าย แต่จริงๆ แล้วเธอคือคนที่คอยสังเกตการณ์ทุกอย่าง สายตาที่เธอมององค์ชายและพระสนมสลับกันไปมา บ่งบอกว่าเธอรู้ความลับบางอย่าง บ่วงบาศใจกษัตริย์ ใส่รายละเอียดตัวละครประกอบได้ดี ทำให้โลกในเรื่องดูสมจริงขึ้น
ฉากที่องค์ชายควักแผ่นตราคำสั่งออกมาวาง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง วัตถุดำสลักลายทองชิ้นนี้ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่คือสัญลักษณ์ของอำนาจและการตัดสินใจที่เด็ดขาด ใน บ่วงบาศใจกษัตริย์ ใช้อุปกรณ์ประกอบฉากเพื่อขับเคลื่อนเนื้อเรื่องได้อย่างชาญฉลาดมาก
สีหน้าของพระสนมตอนท้ายเรื่องที่ดูสับสนและเจ็บปวด ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับเธอทันที เธอต้องเลือกระหว่างความรักกับหน้าที่ หรืออาจจะระหว่างชีวิตกับความตาย บ่วงบาศใจกษัตริย์ สร้างปมดราม่าที่บีบหัวใจคนดูได้เก่งมาก อยากรู้ตอนต่อไปสุดๆ
ชอบวิธีเล่าเรื่องของ บ่วงบาศใจกษัตริย์ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้บทพูดเยอะ แต่ใช้การแสดงทางสีหน้าและแววตาแทน โดยเฉพาะฉากที่พระสนมกลั้นน้ำตาไว้แต่หางตาแดงก่ำ มันสื่อถึงความทุกข์ทรมานภายในใจได้ดีกว่าการร้องไห้โฮเสียอีก เป็นงานแสดงที่ละเอียดอ่อนมาก
ฉากเปิดเรื่องด้วยภาพดอกไม้นานาพันธุ์และแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง ทำให้รู้สึกถึงความโรแมนติกและลึกลับของวังหลวงใน บ่วงบาศใจกษัตริย์ การตกแต่งภายในห้องโถงด้วยโคมไฟและพรมสีแดงเข้ม สร้างบรรยากาศที่หรูหราและน่าเกรงขามมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในประวัติศาสตร์เลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม