ฉากเปิดเรื่องช็อกมากค่ะ เห็นเจ้าสาวนอนอยู่บนเปลหาม เลือดเต็มชุด แต่พอตัดภาพมาที่พิธีจริงๆ กลับกลายเป็นโมเมนต์ซึ้งกินใจ การที่เจ้าสาวเดินเข้ามาทั้งที่มีแผลและคราบน้ำตา ทำให้รู้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง เรื่องราวในบัลเลต์ชิงมงกุฎช่วงนี้พีคมาก การกอดกันของคู่บ่าวสาวคือจุดที่ทำเอาคนดูอย่างเราใจสลายตามไปด้วย
ชอบฉากที่แม่มาจับมือให้กำลังใจเจ้าสาวมากค่ะ มันสื่อถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไข แม้ลูกจะอยู่ในสภาพที่ดูบอบช้ำแค่ไหน แม่ก็ยังพร้อมสนับสนุนเสมอ การเดินเข้าไปในโบสถ์พร้อมเจ้าบ่าวทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด แสดงให้เห็นว่าความรักชนะทุกอย่างจริงๆ ดูในบัลเลต์ชิงมงกุฎแล้วรู้สึกอินกับตัวละครมาก อยากให้ทุกคนได้ดูฉากนี้
ลุคของเจ้าบ่าวเท่มากค่ะ ชุดดำตัดกับชุดเจ้าสาวสีขาวดูเข้ากันสุดๆ สีหน้าของเขาตอนเห็นเจ้าสาวเดินเข้ามาบอกเลยว่ามีความเป็นห่วงปนความรักอย่างชัดเจน การที่เขาไม่ลังเลที่จะสวมแหวนให้ทั้งที่สถานการณ์ดูตึงเครียด แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในความรัก ฉากนี้ในบัลเลต์ชิงมงกุฎคือที่สุดของความโรแมนติกแบบเจ็บปวด
ดูแล้วต้องเตรียมทิชชู่ไว้เยอะๆ ค่ะ เพราะเจ้าสาวร้องไห้แทบจะตลอดเวลา ตั้งแต่เดินเข้ามาจนกระทั่งแลกแหวน น้ำตาเหล่านั้นไม่ใช่แค่ความเศร้า แต่คือความโล่งใจและความสุขที่ปนเปกัน การที่เธอพยายามยิ้มทั้งที่น้ำตาไหลคือภาพที่ตราตรึงใจมาก ดูในบัลเลต์ชิงมงกุฎแล้วรู้สึกเหมือนได้ร่วมพิธีจริงๆ
ตอนจบคือฟินมากค่ะ! หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มาเยอะ พอถึงฉากจูบที่มีกลีบกุหลาบสีแดงร่วงลงมาเต็มฟ้า มันเหมือนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ สีแดงอาจหมายถึงเลือดที่เคยไหล แต่ตอนนี้กลายเป็นความรักที่เบ่งบานแล้ว การดูบัลเลต์ชิงมงกุฎจบลงแบบนี้ทำให้ใจพองโตจริงๆ ค่ะ
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างแขกในงานที่ร้องไห้และปรบมือให้คู่บ่าวสาว มันทำให้บรรยากาศดูสมจริงมาก ไม่ใช่แค่โฟกัสที่ตัวเอกอย่างเดียว แต่รวมถึงคนรอบข้างที่ร่วมยินดีด้วย ฉากแม่ของเจ้าสาวที่เช็ดน้ำตาขณะมองลูกสาวแต่งงานคือภาพที่เรียกน้ำตาได้ดีมาก ดูในบัลเลต์ชิงมงกุฎแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
รายละเอียดดีมากค่ะ กล่องใส่แหวนสีชมพูอ่อนดูน่ารักและอ่อนโยน ตัดกับความรุนแรงของเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี การที่เจ้าบ่าวค่อยๆ สวมแหวนให้นิ้วเจ้าสาวอย่างเบามือ แสดงถึงความทะนุถนอมและรักแท้ที่ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค ฉากนี้ในบัลเลต์ชิงมงกุฎคือเครื่องยืนยันว่าความรักชนะทุกสิ่ง
เสียงของบาทหลวงที่อ่านคำสาบานด้วยความนุ่มนวลช่วยดึงอารมณ์ของเรื่องให้กลับมาสู่ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีแต่งงานได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางความโกลาหลก่อนหน้านี้ คำพูดของท่านเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้คู่บ่าวสาวมีสติและมุ่งมั่นต่อกัน การดูบัลเลต์ชิงมงกุฎทำให้รู้ว่าพิธีกรรมสำคัญแค่ไหน
จากฉากที่มีตำรวจและเปลหาม มาสู่ฉากแต่งงานที่แสนซึ้งกินใจ การเปลี่ยนผ่านอารมณ์ทำได้รวดเร็วแต่ไม่รู้สึกขัดเขิน คนดูจะรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะทางอารมณ์ไปกับตัวละคร ตั้งแต่ตกใจ สงสาร จนมาถึงซาบซึ้งและมีความสุขตามไปด้วย บัลเลต์ชิงมงกุฎเรื่องนี้เก่งมากในการควบคุมอารมณ์คนดู
ตอนจบที่ขึ้นคำว่า อวสาน พร้อมภาพคู่บ่าวสาวจูบกันคือความสมบูรณ์แบบมากค่ะ มันปิดเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างสวยงาม ทิ้งท้ายให้คนดูรู้สึกอิ่มเอมใจ แม้จะผ่านเรื่องร้ายๆ มาเยอะ แต่สุดท้ายความรักก็ชนะทุกอย่าง การได้ดูบัลเลต์ชิงมงกุฎจบลงแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีหวังและความสวยงามอยู่เสมอ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม