PreviousLater
Close

บัลเลต์ชิงมงกุฎ ตอนที่ 13

2.0K2.1K

บัลเลต์ชิงมงกุฎ

นักบัลเลต์อัจฉริยะถูกพี่สาวบุญธรรมกับคู่หมั้นทรยศทำลายขาจนแหลกในคืนก่อนคัดเลือกตำแหน่งนักเต้นหลัก ครอบครัวใจร้ายทอดทิ้งเธอ แต่แม่บุญธรรมมหาเศรษฐียื่นมือพยุงเธอลุกขึ้นสู้ เธอฝืนรักษาจนกลับมายืนบนเวทีอีกครั้งในฐานะนางฟ้าแห่งการล้างแค้น โชว์ที่สมบูรณ์แบบจะทวงคืนทุกอย่างที่ถูกแย่งไป
  • Instagram
แนะนำล่าสุด

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

น้ำใสๆ ที่กลายเป็นเลือด

ฉากเปิดเรื่องด้วยแก้วน้ำที่หยดเลือดร่วงลงมาช่างน่าขนลุก! มันเหมือนลางบอกเหตุว่าบัลเลต์ชิงมงกุฎ เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่การเต้นธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้ด้วยชีวิตจริงๆ บรรยากาศในโรงละครที่ดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยความกดดัน ทำให้คนดูอย่างเราต้องจ้องหน้าจอไม่กระพริบตาเลย

รอยยิ้มที่ซ่อนมีด

ตัวละครนางเอกผมแดงดูภายนอกเหมือนนางฟ้าในชุดขาว แต่แววตาของเธอตอนจ้องมองคู่แข่งนั้นน่ากลัวมาก! การที่เธอสามารถยิ้มทั้งที่สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเธอผ่านอะไรมาเยอะในบัลเลต์ชิงมงกุฎ ความนิ่งของเธอทำให้เรารู้สึกหนาวสันหลังวาบจริงๆ

ห้องหมอที่เต็มไปด้วยความลับ

ฉากตัดมาที่ห้องหมอที่มีวิวเมืองนิวยอร์กเบื้องหลัง ดูทันสมัยแต่กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด หมอที่ดูดีกลับมีท่าทางข่มขู่คนไข้ ส่วนหญิงสาวในชุดนอนก็ดูสิ้นหวัง การบดยาในมือของเธอเหมือนเป็นการตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญมากในบัลเลต์ชิงมงกุฎ

การต่อสู้บนเวทีที่แท้จริง

ชอบฉากที่นางเอกชุดขาวดึงผมคู่แข่งลงกับพื้นมาก! มันไม่ใช่แค่การเต้นบัลเลต์ แต่มันคือการประกาศศักดาว่าใครคือตัวจริง เสียงกรีดร้องของนางร้ายชุดดำทำให้เรารู้สึกเจ็บแทนเลย ความโหดร้ายนี้คือหัวใจสำคัญของบัลเลต์ชิงมงกุฎ ที่ทำให้เราดูแล้วหยุดไม่ได้

ผู้ชายสองคน สองบทบาท

ผู้ชายในชุดครีมดูเป็นผู้ดีมีสกุลแต่กลับมีเล่ห์เหลี่ยม ในขณะที่ผู้ชายชุดดำดูเป็นพระเอกผู้ปกป้องแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ความสัมพันธ์สามเส้านี้ทำให้พล็อตเรื่องบัลเลต์ชิงมงกุฎ น่าสนใจขึ้นมาก ใครจะชนะใจนางเอกกันแน่ หรือทุกคนเป็นแค่เครื่องมือในการชิงชัย

ยาเม็ดนั้นเปลี่ยนทุกอย่าง

ฉากที่หญิงสาวบดยาจนเป็นผงแล้วโปรยลงโต๊ะ ช่างเป็นภาพที่สื่อถึงความแตกสลายในใจได้ดีมาก มันเหมือนเธอตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไปแล้ว เตรียมตัวสำหรับการกลับมาที่ดุเดือดกว่าเดิมในบัลเลต์ชิงมงกุฎ ละเอียดอ่อนแต่ทรงพลังมาก

ชุดขาวกับชุดดำ สัญลักษณ์ชัดเจน

การแต่งตัวแบ่งฝ่ายชัดเจนมาก นางเอกชุดขาวเหมือนหงส์ขาวที่บริสุทธิ์ แต่การกระทำกลับโหดเหี้ยม ส่วนนางร้ายชุดดำเหมือนหงส์ดำที่ดูอันตรายแต่กลับเป็นฝ่ายถูกกระทำ การกลับด้านบทบาทแบบนี้ในบัลเลต์ชิงมงกุฎ ทำให้เราเดาทางไม่ถูกเลย

เสียงปรบมือที่เยือกเย็น

ฉากที่คนดูปรบมือให้ในขณะที่บนเวทีมีความตึงเครียดสูง ช่างเป็นการเสียดสีวงการศิลปะได้ดีมาก คนภายนอกเห็นแค่ความสวยงาม แต่ไม่เห็นเลือดที่ซ่อนอยู่ข้างใน บัลเลต์ชิงมงกุฎ เล่นกับประเด็นนี้ได้ลึกซึ้งมาก ทำให้เราต้องกลับมาคิดตาม

แววตาที่ไม่เคยโกหก

ชอบการถ่ายทำภาพระยะใกล้ที่ดวงตาของตัวละครมาก โดยเฉพาะตอนนางเอกจ้องมองคู่แข่ง แววตาเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความแค้นที่ซ่อนอยู่ ไม่ต้องพูดอะไรเลยเราก็รู้ทันทีว่าบัลเลต์ชิงมงกุฎ เรื่องนี้ใครคือผู้ชนะตัวจริง

จุดจบที่คาดไม่ถึง

ตอนจบที่นางร้ายร้องไห้กรีดร้องบนพื้น ในขณะที่นางเอกยืนมองอย่างเย็นชา ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก มันไม่ใช่ความสุขของผู้ชนะ แต่เป็นความว่างเปล่าของการต่อสู้ บัลเลต์ชิงมงกุฎ ทิ้งคำถามให้เราคิดต่อว่าชัยชนะแบบนี้คุ้มค่าไหม