ฉากจูบกลางสวนที่มังกรและวาฬปรากฏตัวคือจุดพีคที่สวยเกินจริง! การเปลี่ยนชุดจากชุดธรรมดาเป็นชุดราตรีสีน้ำเงินสะท้อนการเปลี่ยนสถานะของเธอได้ชัดเจนมาก เรื่องราวใน ทิ้งรักราชินี ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังฝันหวานไปกับตัวละครหลักจริงๆ
บรรยากาศในงานเลี้ยงหรูหราแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การที่ผู้หญิงในชุดสีม่วงทำแก้วไวน์หกใส่พื้นแล้วมองด้วยสายตาท้าทาย บ่งบอกถึงปมดราม่าที่จะเกิดขึ้นตามมา ฉากนี้ใน ทิ้งรักราชินี สร้างความสงสัยให้คนดูอยากติดตามต่อมาก
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูม ชุดสีน้ำเงินระยิบระยับที่ใส่ในงานเลี้ยงดูแพงและเข้ากับอัญมณีมาก ตัดกับชุดสีดำทองของพระเอกได้ลงตัวสุดๆ การแต่งกายในเรื่อง ทิ้งรักราชินี ช่วยส่งเสริมบุคลิกตัวละครได้เป็นอย่างดี
แค่สายตาที่ผู้หญิงในชุดสีม่วงมองมาที่นางเอกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เพื่อนแน่ๆ ความอิจฉาและความต้องการเอาชนะถูกสื่อออกมาผ่านแววตาได้อย่างชัดเจน เป็นปมขัดแย้งที่น่าสนใจมากใน ทิ้งรักราชินี ที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยนางเอก
ฉากที่รถหรูจอดหน้าวังแล้วพระเอกในชุดนักรบลงมาช่วยนางเอกขึ้นรถ คือฉากเปิดตัวที่ดูแพงมาก! แสงไฟและสถาปัตยกรรมยามค่ำคืนช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูยิ่งใหญ่สมกับเป็น ทิ้งรักราชินี ที่คนดูต้องตะลึง
รายละเอียดเล็กๆ อย่างรอยฟกช้ำบนหน้าของนางเอกในตอนต้นเรื่อง บอกใบ้ว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้างก่อนจะมาถึงจุดนี้ การใส่ใจรายละเอียดแบบนี้ทำให้ ทิ้งรักราชินี ดูมีมิติและน่าติดตามมากขึ้น
ชอบฉากในงานเลี้ยงที่เพดานเป็นรูปกาแล็กซีและดวงดาว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในวังของเทพเจ้าจริงๆ การจัดฉากแบบนี้ช่วยยกระดับความแฟนตาซีของ ทิ้งรักราชินี ให้ดูเหนือจริงและสวยงามมาก
ฉากที่พระเอกเดินจากไปโดยหันหลังให้นางเอก แม้ไม่มีคำพูดแต่สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนว่ามีความเข้าใจผิดหรือความน้อยใจเกิดขึ้น การแสดงสีหน้าของนักแสดงใน ทิ้งรักราชินี ทำได้กินใจมาก
ค็อกเทลสีฟ้าในแก้วมารตินี่ที่นางเอกถือ ดูเข้ากับชุดและเครื่องประดับมาก แต่พอถูกทำหกกลับกลายเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง สีฟ้าในเรื่อง ทิ้งรักราชินี อาจหมายถึงความเศร้าหรือความลับก็ได้
การที่พระเอกและนางเอกต้องเผชิญหน้ากับคนรอบข้างที่ไม่หวังดี ทำให้ความรักของพวกเขาดูท้าทายและน่าเอาใจช่วยมาก เรื่องราวใน ทิ้งรักราชินี สะท้อนให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงต้องต่อสู้เพื่อกันและกัน
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม