ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นตามจอเลย เมื่อเห็นหน้าจอ สัญญาณชีวิต เป็นเลข ๐ ท่ามกลางห้องควบคุมสุดล้ำของ นิวเอิร์ธ บรรยากาศกดดันจนหายใจไม่ออก ความโศกเศร้าของหญิงสาวผมสั้นที่พยายามจะเปิดประตูแต่ระบบล็อกแน่นหนา ชวนให้สงสัยว่าใครกันแน่ที่จากไป และทำไมทุกคนถึงดูตื่นตระหนกขนาดนี้ การแสดงสีหน้าเจ็บปวดของเธอช่างสมจริงจนน่าใจหาย
ปฏิกิริยาของหญิงสาวผมสั้นเมื่อเจอชายชราผมขาวช่างเต็มไปด้วยอารมณ์ ทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความสับสน ดูเหมือนพวกเขาจะมีความขัดแย้งบางอย่างก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝัน ฉากนี้ในซิ่งทะลุศตวรรษ บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาษากายได้ดีมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน การแสดงของนักแสดงทั้งคู่ยอดเยี่ยมมาก
การปรากฏตัวของชายหนุ่มผมทองในชุดดำสุดเท่ท่ามกลางความโกลาหล ชวนให้สงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเย็นชา ท่าทางมั่นใจผิดปกติ หรือเขาอาจจะเป็นตัวการสำคัญ เบื้องหลัง? การออกแบบตัวละครนี้ดูมีมิติและน่าค้นหาจริงๆ
ตัวละครชายผมหยิกสีทองในชุดแข่งสีดำดูมีเสน่ห์และลึกลับในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าแต่ยังมั่นใจ ชวนให้คิดว่าเขาน่าจะผ่านอะไรมาเยอะมาก การออกแบบเครื่องแต่งกายและรายละเอียดบนชุดแข่งดูสมจริงและมีเอกลักษณ์ เป็นตัวละครที่ดูจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องอย่างแน่นอน
ฉากสนามแข่งในหุบเขา อัลแทร์ นั้นอลังการงานสร้างจริงๆ เส้นทางแข่งที่ลอยอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชัน มีแสงสีฟ้าเรืองรองตลอดทาง ยานพาหนะที่ดูเก่าแต่ดัดแปลงให้ทันสมัยวิ่งด้วยความเร็วสูง ฉากนี้ในซิ่งทะลุศตวรรษ ทำออกมาได้เหมือนฝัน เป็นโลกอนาคตที่ทั้งอันตรายและสวยงามในเวลาเดียวกัน
ชอบการออกแบบยานพาหนะในเรื่องมาก โดยเฉพาะยานรูปทรงกลมที่ดูเก่าแต่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบขับเคลื่อนที่ปล่อยแสงสีฟ้าและสามารถวิ่งบนเส้นทางพิเศษได้ แม้จะดูบึกบึนแต่กลับมีความเร็วสูงมาก การผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่ทำออกมาได้ดีมาก เป็นเอกลักษณ์ที่หาได้จากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
มุมมองจากภายใน ห้องนักบิน ทำเอาคนดูตื่นเต้นตามไปด้วย เครื่องมือวัดต่างๆ ที่แสดงความเร็วและสถานะของยาน แสงสีแดงกระพริบเตือนภัย เสียงเครื่องยนต์คำราม การแสดงสีหน้าของนักบินที่มุ่งมั่นแม้จะเหนื่อยล้าและบาดเจ็บ ฉากนี้ถ่ายทอดความรู้สึกของการแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉากที่หน้าจอแสดงคำว่า ชัยชนะ นั้นช่างน่าประทับใจ แต่เมื่อเห็นสภาพของนักบินที่สวมหมวกกันน็อคแตกและมีเลือดไหล ชวนให้คิดว่าชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดบนใบหน้าที่เห็นผ่านกระจกหมวกกันน็อคที่แตก บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
การตัดสลับระหว่างสนามแข่ง ล้ำยุค กับสนามแข่งเก่าบนโลกเดิมในสภาพฝนตกหนัก ชวนให้คิดถึงอดีตและความทรงจำที่ยังคงอยู่ รถแข่งสูตรหนึ่งที่วิ่งในสภาพอากาศเลวร้าย แสงไฟจากสนามแข่งสะท้อนบนพื้นเปียก ฉากนี้ในซิ่งทะลุศตวรรษ สร้างความแตกต่าง ระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ
ฉากสุดท้ายที่นักบินกดปุ่มแล้วหน้าจอแสดง การสื่อสารกลับมาแล้ว ชวนให้โล่งใจแทนตัวละคร หลังจากที่ต้องผ่านความยากลำบากและการตัดขาดจากการสื่อสาร การแสดงสีหน้าโล่งอกและเหนื่อยล้าของ ไคล์ รีส์ ที่ถอดหมวกกันน็อคออก บอกเล่าเรื่องราวของการต่อสู้และความพยายามที่จะติดต่อกับใครบางคนได้อย่างซาบซึ้ง
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม