ฉากเปิดเรื่องทำให้รู้สึกถึงความกดดันในวังหลวงทันที แสงเทียนสลัวๆ กับสีหน้าเคร่งขรึมของตัวละครทำให้บรรยากาศดูอึมครึมมาก การดำเนินเรื่องในชิงภพไม่ชิงรัก เร็วแต่ไม่รีบร้อน ทำให้คนดูตามทันทุกอารมณ์ โดยเฉพาะฉากที่ฮ่องเต้แอบมองจากหลังประตูไม้ แสดงถึงความระแวงสงสัยที่มีต่อคนรอบข้างได้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ค่ะ
ชอบฉากที่นางเอกคอยดูแลฮ่องเต้ที่ประชวรมากค่ะ มันสื่อถึงความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่หน้าที่ การป้อนยาและการอ่านหนังสือให้ฟังเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ตัวละครดูมีมิติ ในเรื่องชิงภพไม่ชิงรัก ความสัมพันธ์แบบนี้หาได้ยากมาก ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นใจแม้ในสถานการณ์ตึงเครียด การแสดงออกทางสีหน้าของนางเอกบอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดเสียอีก
ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้สวยมาก โดยเฉพาะฉากในสวนที่มีสระน้ำและปลาคาร์ฟ สีชมพูของดอกซากุระตัดกับสีแดงของชุดตัวละครได้ลงตัวสุดๆ การนั่งคุยกันใต้ศาลาในชิงภพไม่ชิงรัก ให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากฉากตึงเครียดในวัง การออกแบบฉากหลังทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกโบราณจริงๆ ละเอียดทุกมุมเลยค่ะ
ฉากที่ฮ่องเต้นั่งเขียนหนังสือด้วยพู่กันจีนเป็นฉากที่ทรงพลังมากค่ะ แสดงถึงความเป็นผู้นำที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ แสงเทียนที่ส่องกระทบหน้าทำให้เห็นความเหนื่อยล้าแต่ยังมุ่งมั่น ในชิงภพไม่ชิงรัก ฉากแบบนี้ทำให้เห็นอีกด้านของตัวละครที่ปกติดูเข้มแข็ง การมีนางเอกคอยอยู่ข้างๆ ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้ฉากนี้ดูมีชีวิติชีวามากขึ้นจริงๆ ค่ะ
ชุดจีนโบราณในเรื่องนี้ละเอียดมากค่ะ ลวดลายมังกรสีทองบนชุดฮ่องเต้กับชุดสีแดงของนางเอกเข้ากันได้ดีมาก เครื่องประดับผมและสร้อยคอของนางเอกก็วิจิตรตระการตา ในชิงภพไม่ชิงรัก การใส่ใจรายละเอียดเครื่องแต่งกายแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีฐานะและอำนาจจริงๆ ทุกครั้งที่ตัวละครขยับตัว ชุดก็พริ้วไหวสวยงาม เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้เลยค่ะ
ชอบวิธีที่เรื่องเล่าอารมณ์ของตัวละครค่ะ จากฉากตึงเครียดในวังไปสู่ฉากอบอุ่นในห้องนอน แล้วจบที่ฉากสบายๆ ในสวน การเปลี่ยนอารมณ์แบบนี้ในชิงภพไม่ชิงรัก ทำให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อ โดยเฉพาะฉากที่นางเอกยิ้มให้เพื่อนสาวในสวน มันสื่อถึงความมิตรภาพที่หาได้ยากในวังหลวง รอยยิ้มนั้นทำให้คนดูยิ้มตามไปด้วยเลยค่ะ อบอุ่นมาก
แม้จะไม่มีเสียงแต่ก็สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของคำพูดจากสีหน้าและท่าทาง ฉากที่นางเอกคุยกับฮ่องเต้ที่โต๊ะเขียนหนังสือแสดงถึงความเคารพและความใกล้ชิดในเวลาเดียวกัน ในชิงภพไม่ชิงรัก บทสนทนาแบบนี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละคร การที่นางเอกก้มหัวแสดงความเคารพแต่สายตายังมุ่งมั่นบอกเล่าเรื่องราวได้มากทีเดียวค่ะ
ฉากอาหารในเรื่องนี้น่ากินมากค่ะ ขนมไหว้พระจันทร์และกับข้าวที่จัดวางอย่างสวยงามแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ในวัง การที่นางเอกนำอาหารมาให้ฮ่องเต้แสดงถึงความเอาใจใส่ ในชิงภพไม่ชิงรัก ฉากแบบนี้ทำให้เห็นชีวิตประจำวันในวังที่ไม่ได้มีแต่เรื่องการเมือง อาหารแต่ละจานดูประณีตมาก ทำให้คนดูอยากลองชิมจริงๆ ค่ะ ละเอียดทุกขั้นตอน
ชอบการใช้สัญลักษณ์ในเรื่องมากค่ะ มังกรบนชุดฮ่องเต้ พู่กันเขียนหนังสือ และตราประทับ ล้วนแสดงถึงอำนาจและความรับผิดชอบ ฉากที่ฮ่องเต้ใช้ตราประทับในชิงภพไม่ชิงรัก เป็นช่วงที่ทรงพลังมาก แสดงถึงการตัดสินใจที่สำคัญ แสงสว่างที่ส่องเข้ามาในห้องทำให้ฉากนี้ดูมีความหวัง แม้ตัวละครจะดูเหนื่อยล้าแต่ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ
ฉากสุดท้ายที่นางเอกนั่งคุยกับเพื่อนสาวในสวนเป็นฉากที่ผ่อนคลายมากค่ะ สีฟ้าของชุดเพื่อนสาวตัดกับสีแดงของนางเอกได้สวยงาม การยิ้มและหัวเราะร่วมกันในชิงภพไม่ชิงรัก แสดงให้เห็นว่าแม้ในวังหลวงก็ยังมีมิตรภาพที่แท้จริง ฉากปลาคาร์ฟว่ายในสระเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้ฉากนี้ดูมีชีวิตชีวา เป็นตอนจบที่อบอุ่นและน่าประทับใจมากค่ะ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม