PreviousLater
Close

เรื่องย่อ

เหอหลี ปฏิเสธการแต่งงานเป็นอนุของรัฐทายาทอย่างไม่ใยดี ตลบหลังเหล่าบุรุษผู้สูญศักดิ์ศรีที่คิดดูหมิ่นสตรี นางบังเอิญใช้วิชาแพทย์ช่วยองค์หญิงไว้ จึงได้โอกาสกลับคืนสู่บ้านพ่อเพื่อเปิดฉากแก้แค้นให้แม่อย่างสาสม และทุ่มเทสรรพกำลังหนุนหลังองค์หญิงให้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ พลิกชะตาชีวิตสู่สตรีผู้พึ่งพาตนเองอย่างยิ่งใหญ่โดยไม่พึ่งพิงรักใคร่
  • Instagram

แนะนำล่าสุด

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

น้ำตาของเด็กน้อยริมแม่น้ำ

ฉากเปิดเรื่องช่างสะเทือนใจเหลือเกิน เด็กน้อยนั่งร้องไห้คนเดียวริมแม่น้ำ แสงแดดอุ่นๆ กลับยิ่งทำให้ความโดดเดี่ยวเด่นชัดขึ้น พอหญิงชุดแดงเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลงคุยด้วย ใจเราพองโตทันที เหมือนได้เห็นแสงสว่างในความมืด เรื่องชิงภพไม่ชิงรัก เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ฉากนี้แค่ไม่กี่วินาทีก็ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครทันที

รอยยิ้มที่เปลี่ยนทุกอย่าง

จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา พอได้รับขวดสีขาวเล็กๆ จากพี่สาวชุดแดง เด็กน้อยก็เริ่มมีหวัง รอยยิ้มที่ค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าช่างงดงามและกินใจมาก ฉากนี้ในชิงภพไม่ชิงรัก บอกเล่าเรื่องราวของความหวังได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แสงเงาและสีหน้าตัวละครสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งจริงๆ ใครที่ดูแล้วไม่ใจอ่อนถือว่าหัวใจแข็งมาก

ความอบอุ่นท่ามกลางหิมะ

ฉากเปลี่ยนจากฤดูร้อนมาเป็นฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก เด็กน้อยต้องนั่งหนาวสั่นอยู่ภายนอก ในขณะที่ภายในบ้านมีงานเลี้ยงอบอุ่น ความตัดกันนี้เจ็บปวดมาก แต่พอเธอได้เข้าไปข้างในและยื่นชามซุปให้พ่อ ฉากนั้นทำให้เรารู้สึกอบอุ่นตามไปด้วย ชิงภพไม่ชิงรัก รู้จังหวะการดึงอารมณ์คนดูดีมาก จากหนาวเหน็บกลายเป็นไออุ่นในพริบตา

สายสัมพันธ์พ่อลูก ที่น่าอิจฉา

ฉากที่พ่อเอื้อมมือมาลูบหัวลูกสาวขณะรับชามซุปไป เป็นโมเมนต์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก สายตาที่พ่อมองลูกเต็มไปด้วยความรักและความภูมิใจ แม้จะมีหญิงสาวอีกคนนั่งอยู่ด้วย แต่โฟกัสทั้งหมดอยู่ที่ความผูกพันของสองพ่อลูกนี้ ชิงภพไม่ชิงรัก สร้างตัวละครที่มีมิติและมีความสัมพันธ์ที่สมจริง ดูแล้วอยากมีพ่อแบบนี้บ้างจัง

การเติบโตของเด็กน้อย

เราเห็นพัฒนาการของเด็กน้อยจากคนที่ร้องไห้คนเดียวริมแม่น้ำ กลายเป็นเด็กที่กล้าเข้าไปหาครอบครัวและแสดงออกถึงความรัก การที่เธอยื่นชามซุปให้พ่อด้วยรอยยิ้ม แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรื่องชิงภพไม่ชิงรัก ไม่ได้มีแค่ดราม่า แต่ยังแฝงเรื่องราวของการต่อสู้และเติบโตไว้ด้วย ดูแล้วได้กำลังใจกลับมาเต็มๆ

บรรยากาศในงานเลี้ยงฤดูหนาว

ฉากงานเลี้ยงในบ้านช่างสวยงามและอบอุ่น แสงไฟสีส้มตัดกับความมืดและหิมะด้านนอกอย่างลงตัว อาหารบนโต๊ะดูน่ากินมาก และบรรยากาศการยกแก้วฉลองทำให้รู้สึกถึงความสุขที่สมบูรณ์ ชิงภพไม่ชิงรัก ใส่รายละเอียดเรื่องฉากและบรรยากาศได้ละเอียดมาก ดูแล้วเหมือนเราได้เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขาจริงๆ อยากให้ฉากนี้ยาวกว่านี้อีกหน่อย

รถม้าที่พาไปสู่จุดหมายใหม่

ฉากสุดท้ายที่เด็กน้อยขึ้นรถม้าและมองออกมาจากหน้าต่าง ขณะที่รถเคลื่อนออกจากประตูเมืองในคืนหิมะตก ให้ความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่และการเดินทาง มันทั้งเหงาและมีความหวังปนกัน ชิงภพไม่ชิงรัก จบฉากนี้ได้อย่างสวยงามและทิ้งคำถามให้คนดูติดตามต่อว่าเธอจะไปที่ไหนและเจออะไรต่อไป เป็นฉากปิดที่สมบูรณ์แบบมาก

เครื่องแต่งกายที่บอกเล่าเรื่องราว

ชุดสีแดงของหญิงสาวดูเข้มแข็งและมีอำนาจ ในขณะที่ชุดสีฟ้าอ่อนของเด็กน้อยดูบริสุทธิ์และน่าปกป้อง การเปลี่ยนแปลงชุดในฉากต่างๆ ยังบอกเล่าสถานะและอารมณ์ของตัวละครได้ดีมาก ชิงภพไม่ชิงรัก ให้ความสำคัญกับคอสตูมดีไซน์มาก ทุกชุดมีความหมายและเข้ากับบรรยากาศเรื่องอย่างลงตัว คนที่ใส่ใจรายละเอียดจะชอบมากแน่นอน

ดนตรีและเสียงประกอบที่กินใจ

แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่จากภาพก็พอจินตนาการได้ว่าดนตรีต้องไพเราะและเข้ากับอารมณ์ฉากมาก โดยเฉพาะฉากที่เด็กน้อยร้องไห้และฉากงานเลี้ยงที่ดูมีความสุข ดนตรีคงช่วยดึงอารมณ์ได้มาก ชิงภพไม่ชิงรัก มักจะใช้ดนตรีประกอบได้อย่างชาญฉลาด ช่วยเสริมให้เรื่องราวมีความลึกซึ้งและน่าติดตามมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องราว

เรื่องนี้สอนให้เราเห็นว่าไม่ว่าชีวิตจะเจอความยากลำบากแค่ไหน ก็ยังมีคนที่ยื่นมือมาช่วยเหลือและมีความหวังรออยู่เสมอ ความรักของครอบครัวคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ชิงภพไม่ชิงรัก ไม่ใช่แค่หนังดราม่าทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความจริงของชีวิตและให้ข้อคิดดีๆ กับคนดู ดูแล้วรู้สึกดีและมีกำลังใจมากขึ้นจริงๆ