Previous
Later
Close
Selected
ตอนทั้งหมดฉันไม่ใจบุญอีก
Selected

ฉันไม่ใจบุญอีก ตอนที่ 29

2.0K2.0K

ฉันไม่ใจบุญอีก

เมื่อหลินชิงอวิ๋นได้เกิดใหม่อีกครั้งหลังถูกเหล่าลูกศิษย์เนรคุณหักหลังในชาติก่อน เธอตัดสินใจทอดทิ้งพวกเขาอย่างเด็ดขาด ปล่อยให้ตกเป็นเหยื่อกับดักสินเชื่อแนะแนวของคู่แข่งด้วยตัวเอง ครั้งนี้เธอจะปกป้ององค์กรการกุศลของตนและทวงคืนทุกอย่างที่เคยให้ไปเพื่อตัดขาดจากอดีตและเริ่มต้นการแก้แค้น
  • Instagram

รีวิวตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

ไฟแค้นที่ลุกโชน

ฉากเปิดเรื่องด้วยไฟไหม้โกดังที่ดูสมจริงมาก ควันดำพวยพุ่งสร้างความกดดันทันที ตัวละครหญิงแสดงออกถึงความตกใจได้สมบทบาท การตัดสลับระหว่างคนในเหตุการณ์กับชาวบ้านที่วิ่งมาดูทำให้รู้สึกลุ้นตาม ในเรื่องฉันไม่ใจบุญอีก การเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มคนดูตึงเครียดมาก โดยเฉพาะฉากที่ผู้หญิงถือโทรศัพท์โชว์หลักฐาน มันคือจุดเปลี่ยนที่สะใจคนดูสุดๆ

ดราม่าชาวบ้านปะทะนายทุน

ชอบการวางตัวละครที่เป็นชาวบ้านใส่เสื้อกั๊กสีขาว ดูเรียบง่ายแต่มีพลังมาก เวลาพวกเขาโกรธหรือตกใจมันสื่อออกมาทางสีหน้าได้ชัดเจน ฉากที่ชายหนุ่มแบกกระสอบแล้วถูกจับได้มันลุ้นมาก แสงไฟจากกองเพลิงทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวแต่ก็สวยงามในแบบของมัน ฉันไม่ใจบุญอีก เป็นเรื่องที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากดราม่าที่ผู้หญิงร้องไห้

ฉากกู้ภัยที่ระทึกใจ

ฉากที่พระเอกวิ่งเข้าไปในควันหนาๆ เพื่อช่วยคนที่หมดสติ มันแสดงถึงความกล้าหาญได้ชัดเจนมาก การอุ้มคนออกมาแล้ววางลงพื้นอย่างเบามือแสดงถึงความใส่ใจรายละเอียด คนดูอย่างเรารู้สึกห่วงตามไปด้วย แสงสีส้มจากไฟทำให้ภาพดูอบอุ่นแต่ก็อันตรายในเวลาเดียวกัน ฉันไม่ใจบุญอีก มีฉากแอคชั่นที่ทำได้ไม่แพ้หนังใหญ่ๆ เลยทีเดียว

ความลับในกระสอบผ้า

ตอนแรกนึกว่าในกระสอบจะเป็นของมีค่าหรืออะไรสักอย่าง แต่พอเปิดออกมาเจอแล็ปท็อปเรียงกันเป็นตั้ง ทำเอาอึ้งไปเลย! มันเชื่อมโยงกับปมเรื่องได้อย่างไรนะ? ความสงสัยมันเกิดขึ้นทันที ตัวละครหนุ่มที่แบกกระสอบทำหน้าตาตื่นมาก เหมือนรู้ว่าซวยแล้ว ฉากนี้ในฉันไม่ใจบุญอีก เป็นจุดที่ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาก อยากดูต่อทันทีว่าใครอยู่เบื้องหลัง

กล้องวงจรปิดคือพยานสำคัญ

ชอบรายละเอียดเล็กๆ อย่างกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บนต้นไม้ แสงสีแดงกระพริบๆ ในความมืดมันสื่อว่า ฉันเห็นทุกอย่างนะ มันคือจุดสำคัญที่พลิกสถานการณ์ได้เลยทีเดียว ตอนที่ผู้หญิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโชว์ภาพจากกล้อง ชาวบ้านถึงกับอ้าปากค้าง ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว! ฉันไม่ใจบุญอีก สอนให้รู้ว่าอย่าทำผิดเพราะเทคโนโลยีมันบันทึกหมด

อารมณ์ร่วมที่ล้นหน้าจอ

ดูแล้วรู้สึกอินมากกับตัวละครทุกตัว โดยเฉพาะชาวบ้านที่มารวมตัวกัน หน้าตาแต่ละคนดูเป็นห่วงเป็นใยจริงๆ บางคนถือไฟฉาย บางคนถือถังน้ำ มันดูเป็นชุมชนที่รักใคร่กลมเกลียว ฉากที่ผู้หญิงพูดอะไรบางอย่างแล้วน้ำตาไหล มันทำให้เราอยากปลอบใจเธอเลย ฉันไม่ใจบุญอีก เป็นเรื่องที่ดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ดูจบแล้วใจยังหวิวอยู่

บทสรุปที่คาดไม่ถึง

ตอนจบที่ทุกคนขึ้นรถบัสแล้วขับออกไป ทิ้งให้ชาวบ้านยืนมองตาม มันให้ความรู้สึกเหมือนเรื่องราวเพิ่งเริ่มต้น หรืออาจจะจบลงแล้วแต่ทิ้งปมไว้? ชายแก่ใส่เสื้อกั๊กสีขาวทำหน้าตาเศร้ามาก เหมือนสูญเสียอะไรบางอย่างไป ฉันไม่ใจบุญอีก ทิ้งท้ายให้คนดูได้คิดต่อว่าจริงๆ แล้วใครถูกใครผิดกันแน่ การเล่าเรื่องแบบนี้มันฉลาดมาก

แสงและเงาที่สมบูรณ์แบบ

ต้องชมทีมถ่ายทำเรื่องการใช้แสง ไฟจากกองเพลิงให้แสงสีส้มที่สาดส่องไปทั่ว ทำให้เห็นรายละเอียดบนใบหน้าตัวละครชัดเจนมาก โดยเฉพาะฉากกลางคืนที่มืดแต่กลับเห็นทุกอย่างชัดเจนเพราะแสงไฟ ฉากที่ผู้หญิงยืนอยู่หน้าไฟแล้วแสงสะท้อนเข้าตา มันดูสวยงามและดราม่ามาก ฉันไม่ใจบุญอีก มีงานภาพที่สวยจนอยากแคปหน้าจอเก็บไว้เลย

การแสดงที่สมจริงสุดๆ

นักแสดงทุกคนทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ชาวบ้านวิ่งมาดูไฟไหม้ หน้าตาแต่ละคนดูตกใจจริงๆ ไม่ใช่แค่แสดง มันดูเป็นธรรมชาติมาก ฉากที่ชายหนุ่มตะโกนอะไรบางอย่างแล้วชาวบ้านหันมามอง มันสร้างความตื่นเต้นได้ดี ฉันไม่ใจบุญอีก มีฉากที่นักแสดงแสดงอารมณ์ได้ละเอียดมาก เช่น ฉากที่ผู้หญิงกัดริมฝีปากเวลาโกรธ หรือฉากที่ชายแก่เหงื่อไหล

เรื่องราวที่สะท้อนสังคม

ดูแล้วคิดตามมาก เรื่องราวเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนกลุ่มต่างๆ มันสะท้อนสังคมได้ดีมาก ชาวบ้านที่ดูเรียบง่ายแต่มีความจริงใจ ต่างจากกลุ่มคนที่ดูมีพิรุธ ฉากที่ผู้หญิงพยายามอธิบายอะไรบางอย่างให้ชาวบ้านฟัง มันทำให้เห็นว่าความจริงใจสำคัญแค่ไหน ฉันไม่ใจบุญอีก เป็นเรื่องที่ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความสามัคคีและการไม่ตัดสินคนจากภายนอก