ฉากเปิดเรื่องในโรงเรียนทำให้รู้สึกเหมือนย้อนวัยเรียนอีกครั้ง การที่นางเอกเดินถือหนังสือแล้วไปเจอคู่พระนางกำลังมีเรื่องกัน มันช่างเป็นจังหวะที่ชวนอึดอัดใจจริงๆ บรรยากาศใน กามเทพส่วนตัว ช่วงนี้ดูตึงเครียดมาก สายตาที่เธอแอบมองมันบอกอะไรได้หลายอย่างเลย
ชอบฉากที่นางร้ายเอาโทรศัพท์ไปจ่อหน้าพระเอกมาก มันดูเป็นการท้าทายและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ส่วนพระเอกที่กำมือแน่นแสดงว่ากำลังเก็บอารมณ์สุดๆ ความสัมพันธ์ใน กามเทพส่วนตัว ดูซับซ้อนกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
ฉากเปลี่ยนมาที่สนามหญ้านั่งกินข้าวคนเดียวของนางเอกมันช่างดูเหงาจับใจ ตัดภาพไปที่คู่พระนางที่กำลังหยอกล้อกันยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน การที่เธอเลือกนั่งตรงนั้นคงต้องการพื้นที่ส่วนตัวใน กามเทพส่วนตัว จริงๆ
การที่นักบาสเดินเข้ามาหาเธอตอนกำลังกินข้าวมันเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่น่าสนใจ เขาอาจจะแค่มาทักทายแต่สายตาดูมีอะไรซ่อนอยู่ ฉากนี้ใน กามเทพส่วนตัว ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดนั้น
ฉากหน้าตู้กดน้ำที่นางร้ายป้อนลูกอมให้พระเอกมันดูหวานแต่แฝงความเย็นชา พระเอกดูไม่เต็มใจแต่ก็จำยอมกินเข้าไป ความสัมพันธ์แบบนี้ใน กามเทพส่วนตัว มันดูอึดอัดแทนคนดูเลยจริงๆ
ชอบมุมกล้องที่ถ่ายผ่านกระจกตอนนางเอกยืนหลบมุม มันสื่อถึงความไม่กล้าเผชิญหน้าและความน้อยใจได้เป็นอย่างดี แสงเงาในฉากนี้ของ กามเทพส่วนตัว ช่วยเสริมอารมณ์เศร้าได้ยอดเยี่ยมมาก
การที่นางเอกกอดหนังสือแน่นตลอดทั้งเรื่องมันเหมือนเป็นเกราะป้องกันตัวเองจากโลกภายนอก หนังสือใน กามเทพส่วนตัว ไม่ใช่แค่พร็อพแต่มันคือตัวตนของเธอจริงๆ
ฉากจบที่เธอเดินออกมาเจอแสงแดดสาดส่องมันให้ความรู้สึกเหมือนมีความหวังเล็กๆ เกิดขึ้น แม้จะผ่านเรื่องร้ายๆ มาแต่ กามเทพส่วนตัว ก็ยังทิ้งท้ายให้เรารู้สึกดีได้เหมือนกัน
สังเกตไหมว่าชุดของนางเอกกับนางร้ายต่างกันชัดเจน มันเหมือนการแบ่งชนชั้นในโรงเรียนอย่างแนบเนียน การแต่งตัวใน กามเทพส่วนตัว บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย
ชอบที่เรื่องนี้อาจจะไม่มีการตะโกนด่าทอแต่ใช้ความเงียบและสายตาในการสื่อสารอารมณ์ ความเงียบใน กามเทพส่วนตัว ดังกว่าเสียงใดๆ ทำให้คนดูต้องตั้งใจสังเกตสีหน้าตัวละครตลอดเวลา
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม