ฉากเปิดเรื่องในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ทำเอาคนดูหายใจไม่ทั่วท้องเลยจริงๆ บรรยากาศในห้องทำงานที่มืดสลัวกับแสงเทียนเพียงน้อยนิด ยิ่งขับเน้นความกดดันระหว่างสองตัวละครได้เป็นอย่างดี สายตาของชายชุดน้ำเงินที่จ้องมองกระดาษเหมือนจะเจาะลงไปบนกระดาษ บวกกับสีหน้ากังวลของชายชุดม่วง บอกเลยว่าพล็อตเรื่องต้องดราม่าหนักแน่ๆ ใครที่ชอบแนวชิงไหวชิงพริบห้ามพลาด
ต้องยอมรับเลยว่าเคมีระหว่างพระเอกและนางเอกในเรื่องกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ นั้นเข้ากันได้ดีมาก ฉากที่นางเอกเดินเข้ามาในห้องนอนด้วยชุดสีแดงตัดกับฉากหลังสีเข้ม ยิ่งทำให้เธอโดดเด่นเป็นสง่า ส่วนพระเอกที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงก็ดูมีเสน่ห์แบบเย็นชา แต่พอนางเอกเข้าไปโอบกอดเท่านั้นแหละ ความแข็งกร้าวก็ละลายหายไปทันที โมเมนต์นี้คือจิกหมอนได้ทั้งคืนจริงๆ
สิ่งที่ทำให้กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ดูแพงและน่าติดตามคือรายละเอียดของเครื่องแต่งกาย ลวดลายมังกรสีทองบนชุดสีน้ำเงินเข้มของพระเอกดูทรงพลังและสมฐานะมาก ในขณะที่ชุดสีดำแดงของนางเอกก็มีความเซ็กซี่ปนอันตราย เครื่องประดับผมสีทองที่ระยิบระยับเมื่อต้องแสงเทียน ยิ่งเพิ่มมิติให้ตัวละครดูมีเรื่องราว การลงทุนด้านโปรดักชั่นขนาดนี้การันตีความสนุกได้เลย
ฉากที่พระเอกในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ลืมตาขึ้นช้าๆ หลังจากหลับตาครุ่นคิด คือฉากที่กินขาดจริงๆ ดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ การแสดงผ่านสายตาแบบนี้หาได้ยากมากในซีรีส์ยุคปัจจุบัน ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความทุกข์ของตัวละครโดยไม่รู้ตัว ฝีมือการแสดงระดับนี้ควรค่าแก่การยกย่อง
ฉากในห้องนอนของกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ถูกจัดวางองค์ประกอบภาพได้สวยงามมาก ม่านสีแดงฉานตัดกับแสงเทียนสีส้มทอง ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและอันตรายในเวลาเดียวกัน กลิ่นหอมจากกระถางธูปที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกแบบลึกลับ เมื่อนางเอกเดินเข้าไปหาพระเอกบนเตียง ความเงียบสงัดของห้องยิ่งทำให้เสียงหัวใจเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ
จากฉากที่ชายชุดม่วงพยายามโน้มน้าวพระเอกในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ให้เปลี่ยนใจ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา ทำให้เห็นชัดเจนว่าพระเอกกำลังแบกรับภาระบางอย่างไว้เพียงคนเดียว การที่เขาตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกไปทันที แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและเป้าหมายที่ชัดเจน คนดูอย่างเราๆ ก็ได้แต่ลุ้นว่าแผนการของเขาจะสำเร็จหรือไม่ และจะต้องเสียสละอะไรไปบ้าง
แม้พระเอกในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ จะแสดงออกว่าเย็นชาและห่างเหิน แต่พอนางเอกเข้ามาโอบกอด เขาก็ไม่ผลักไสแถมยังโอบเอวเธอตอบอย่างเบามือ แววตาที่เปลี่ยนจากความแข็งกร้าวมาเป็นความอ่อนโยนเพียงชั่วขณะ ทำให้รู้ว่าลึกๆ แล้วเขาใส่ใจเธอมากแค่ไหน โมเมนต์เล็กๆ แบบนี้แหละที่ทำให้คนดูใจละลายและเอาใจช่วยให้ความรักของทั้งคู่ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดี
ชอบวิธีการเล่าเรื่องของกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ที่ไม่มีการยืดเยื้อที่ไม่จำเป็น ทุกฉากมีความหมายและขับเคลื่อนพล็อตไปข้างหน้าเสมอ จากฉากเจรจาธุรกิจที่ตึงเครียด สู่ฉากส่วนตัวที่อ่อนไหว การเปลี่ยนผ่านอารมณ์ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่ทำให้คนดูรู้สึกสับสนหรือเบื่อหน่าย ความยาวแต่ละตอนที่กำลังดีทำให้สามารถดูได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย
ชุดมังกรสีทองของพระเอกในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ไม่ได้เป็นแค่เครื่องแต่งกายสวยๆ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและภาระที่เขาต้องแบกรับ ในขณะที่เครื่องประดับผมของนางเอกก็สื่อถึงความงามที่ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง เมื่อทั้งสองมาอยู่ด้วยกันในฉากเดียวกัน มันคือการปะทะกันของสองโลกที่แตกต่าง แต่กลับดึงดูดกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่างเป็นความหมายที่ลึกซึ้งจริงๆ
ฉากสุดท้ายที่นางเอกในกลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะมองพระเอก คือฉากที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูได้ขบคิดกันต่อยาวๆ รอยยิ้มนั้นหมายถึงความสำเร็จของแผนการ หรือหมายถึงความรักที่เธอมีให้กันแน่ การที่เธอเอามือแตะแก้มตัวเองเบาๆ ยิ่งเพิ่มความเป็นปริศนาให้ตัวละครมากขึ้น ใครที่อยากรู้คำตอบต้องรีบไปติดตามตอนต่อไปด่วนเลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม