ฉากนี้ใน กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ทำเอาฉันน้ำตาซึมจริงๆ การส่งต่อดาบจากฮ่องเต้แก่สู่หนุ่มน้อยไม่ใช่แค่การมอบอาวุธ แต่คือการมอบภาระทั้งแผ่นดิน แววตาของทั้งคู่บอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด บรรยากาศรอบๆ บึงบัวตอนกลางคืนช่วยเสริมความขลังได้สมบูรณ์แบบมาก ดูใน เนตชอร์ต แล้วรู้สึกอินสุดๆ
ต้องยอมรับว่างานภาพของ กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ทำออกมาได้ละเอียดมาก ฉากที่พลังสีทองไหลผ่านมือและปรากฏเป็นดาบนั้นสวยจนต้องหยุดดูซ้ำหลายรอบ ดีเทลลายมังกรบนชุดสีเหลืองตัดกับชุดสีดำได้ลงตัว แสงไฟจากโคมจีนโบราณช่วยสร้างมิติให้ฉากดูมีเสน่ห์และลึกลับ น่าติดตามมากจริงๆ
ดูตอนแรกนึกว่าจะเป็นการแย่งชิงบัลลังก์ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นฉากส่งต่อความไว้วางใจต่างหาก ฮ่องเต้แก่ยิ้มทั้งน้ำตาขณะที่หนุ่มน้อยรับภารกิจต่อ สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนจากเคร่งขรึมเป็นอบอุ่นใจ การจับมือกันแน่นๆ ใน กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ บอกเลยว่าซีนนี้กินใจคนดูสุดๆ
ดาบสีขาวที่ปรากฏขึ้นกลางฉากนั้นไม่ใช่แค่พร็อพธรรมดา แต่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความรับผิดชอบที่หนุ่มน้อยต้องแบกรับ ลายแกะสลักบนตัวดาบละเอียดมาก แสงที่ส่องออกมาตอนรับดาบทำให้รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กำลังถ่ายโอน เป็นฉากที่ออกแบบมาได้ดีมากใน กลืนฟ้าท้าบัลลังก์
ชอบมากที่ฉากนี้ใช้การแสดงผ่านสีหน้าเป็นหลัก ฮ่องเต้แก่ที่มีแววตาอ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความหวัง ส่วนหนุ่มน้อยที่แววตาเปลี่ยนจากสับสนเป็นมุ่งมั่น การกระพริบตาช้าๆ และการกลั้นน้ำตาของทั้งคู่สื่ออารมณ์ได้ดีกว่าคำพูดร้อยคำ ดูใน เนตชอร์ต แล้วรู้สึกเหมือนได้นั่งดูหนังใหญ่เต็มจอ
โลเคชั่นบึงบัวตอนกลางคืนใน กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ เลือกได้เหมาะมาก ดอกบัวสีขาวตัดกับความมืดของท้องฟ้า โคมไฟที่ให้แสงสีส้มอ่อนๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและตึงเครียดไปพร้อมกัน ฉากที่หนุ่มน้อยวิ่งข้ามสะพานไม้ยาวๆ เพื่อมารับดาบนั้นดูยิ่งใหญ่และมีความหมายมาก
เห็นฮ่องเต้แก่ลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วส่งต่อให้คนรุ่นใหม่แล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก เหมือนเป็นการส่งต่อยุคสมัยจริงๆ ชุดสีเหลืองทองที่ดูหรูหราแต่แฝงความเหงาของอำนาจ ฉากนี้ใน กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ ทำให้คนดูรู้สึกถึงน้ำหนักของคำว่าผู้ปกครองได้ชัดเจนมาก
ต้องชมทีมคอสตูมของ กลืนฟ้าท้าบัลลังก์ เลย ชุดสีดำปักลายมังกรทองของหนุ่มน้อยดูทรงพลังและลึกลับ ส่วนชุดเหลืองของฮ่องเต้แก่ดูมีบารมีและอายุอานาม ดีเทลการปักลายละเอียดมากจนเห็นเกล็ดมังกรชัดเจน การแต่งกายช่วยบอกสถานะตัวละครได้โดยไม่ต้องบอกชื่อ
การตัดสลับระหว่างภาพกว้างของศาลาและภาพโคลสอัพใบหน้าตัวละครทำได้ดีมาก จังหวะที่ช้าลงตอนจับมือและรับดาบช่วยให้คนดูได้ซึมซับอารมณ์เต็มที่ ฉากเอฟเฟกต์พลังที่วิ่งผ่านอุโมงค์แสงนั้นตัดต่อได้ตื่นเต้นแต่ไม่รกตา ดูใน เนตชอร์ต แล้วรู้สึกว่าการเล่าเรื่องลื่นไหลมาก
ฉากสุดท้ายที่หนุ่มน้อยถือดาบแล้วยืนอย่างมั่นคงในขณะที่ฮ่องเต้แก่นั่งพักนั้นสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านรุ่นได้ชัดเจน แววตาที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่บอกเลยว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ภาระหนักตกอยู่บนบ่าของคนรุ่นใหม่แล้ว เป็นฉากจบตอนที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับ กลืนฟ้าท้าบัลลังก์
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม