การเปลี่ยนฉากจากโรงพยาบาลมาสู่บ้านไม้ในยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสลัวๆ กับความเงียบของบ้านทำให้รู้สึกถึงความเหงาที่ซ่อนอยู่ การที่ผู้ชายเดินนำเข้าไปก่อนแล้วผู้หญิงค่อยตามหลังแบบลังเล มันสื่อถึงระยะห่างในความสัมพันธ์ได้ยอดเยี่ยมมาก ละเอียดทุกเฟรมจริงๆ
ตอนจบที่ผู้ชายหันมายิ้มทั้งที่สถานการณ์ดูตึงเครียดมาก ทำให้คนดูสงสัยว่าเขาคิดอะไรอยู่ หรือเขาซ่อนแผนการอะไรไว้กันแน่ รอยยิ้มเล็กๆ นั้นมีพลังมากกว่าคำพูดเป็นร้อยประโยค ทำให้ตัวละครดูมีมิติและลึกลับน่าค้นหา เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ ใจดื้อ รั้นรัก แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ
ต้องชมคอสตูมที่เลือกชุดเดรสสีเขียวอ่อนให้ผู้หญิง ตัดกับบรรยากาศหม่นๆ ของเรื่องได้ดีมาก มันเหมือนสัญลักษณ์ของความหวังเล็กๆ ท่ามกลางความทุกข์ใจ การที่เธอใส่ชุดนี้ตลอดทั้งเรื่องทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครนี้มากขึ้น ทุกรายละเอียดแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการผลิต
ชอบฉากที่ทั้งคู่เดินออกมาจากตึกแล้วหยุดคุยกันหน้ารถมาก ไม่ต้องมีบทพูดเยอะแต่สายตาที่มองกันมันบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งในใจได้ชัดเจนมาก ผู้ชายดูสับสนแต่พยายามเข้มแข็ง ส่วนผู้หญิงดูเจ็บปวดแต่ไม่ยอมแสดงออก ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้ ใจดื้อ รั้นรัก น่าติดตามจนวางไม่ลง
ฉากแรกในห้องตรวจช่างกดดันจนหายใจไม่ออก มือของผู้ชายที่กำมือผู้หญิงแน่นบอกทุกอย่างโดยไม่ต้องพูดคำเดียว สายตาของหมอที่มองลงมาบนแฟ้มบันทึกการรักษายิ่งเพิ่มความตึงเครียด ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราไปนั่งรอผลตรวจอยู่ตรงนั้นด้วยจริงๆ ความละเอียดอ่อนของอารมณ์ใน ใจดื้อ รั้นรัก ทำได้ดีมากจนคนดูต้องกลั้นหายใจตาม