PreviousLater
Close

ใจดื้อ รั้นรัก ตอนที่ 35

like2.0Kchase2.0K

ใจดื้อ รั้นรัก

ในวัย 16 ปีเผยเหย่ สูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ และต้องมาใช้ชีวิตกับ ซางหว่าน ลูกสาวของพ่อเลี้ยง ซางหว่านในวัย 22 ปีจึงกลายเป็น ผู้ปกครองของเขา ความใกล้ชิดกลับทำให้เด็กหนุ่มแอบรักเธอเข้า ทว่ายังไม่ทันได้บอกรัก เขากลับถูกเธอไล่ออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี 4 ปีผ่านไป เขากลับมาในฐานะไอดอลดาวรุ่ง ส่วนเธอกลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟ พรหมลิขิตจึงเริ่มถักทออีกครั้ง
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

สงครามประสาทบนโต๊ะอาหารที่มองด้วยตาเปล่า

ชอบการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสีหน้าของนักแสดงมาก โดยเฉพาะผู้หญิงใส่เสื้อขาวที่ดูภายนอกสงบแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความน้อยใจและความกดดัน ฉากนี้เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ใจดื้อ รั้นรัก ที่ทุกคนพยายามกลั้นความรู้สึกไว้แต่ความจริงเริ่มจะปะทุออกมา การวางมุมกล้องที่สลับไปมาระหว่างคนพูดและคนฟังทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยจริงๆ

รายละเอียดเล็กๆ ที่บอกความสัมพันธ์ใหญ่ๆ

สิ่งที่ชอบที่สุดในฉากนี้คือดีเทลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการที่ตัวละครหนึ่งลุกขึ้นเดินไปมาขณะคุยโทรศัพท์ หรือแววตาที่เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำพูดบางอย่าง มันทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนกลุ่มนี้มันเปราะบางแค่ไหน ฉากจับมือใต้โต๊ะคือจุดพีคที่ทำให้รู้ว่าแม้ปากจะพูดอะไร แต่ร่างกายไม่โกหก ดูแล้วรู้สึกจุกอกมาก อยากให้ตัวละครได้คุยกันตรงๆ สักที

เมื่อความเงียบดังกว่าเสียงตะโกน

ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องมีดราม่าเสียงดังก็สร้างความตึงเครียดได้ แค่การนั่งกินข้าวด้วยกันแต่ไม่มีใครยอมพูดความจริง มันทรมานคนดูมาก แสงสีโทนเย็นในห้องอาหารยิ่งเสริมบรรยากาศความเหงาและความห่างเหินระหว่างตัวละครได้ดีสุดๆ ใจดื้อ รั้นรัก เป็นเรื่องที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก แค่ฉากกินข้าวธรรมดาๆ ยังทำให้เราลุ้นจนตัวเกร็งได้เลย

บททดสอบความสัมพันธ์ที่โหดร้ายที่สุด

การนั่งล้อมวงกินข้าวควรจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แต่ในเรื่องนี้กลับกลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่ไม่มีใครยอมใคร ชอบตรงที่ผู้กำกับไม่เร่งรีบที่จะเฉลยปม แต่ค่อยๆ ปล่อยให้เราสังเกตปฏิกิริยาของตัวละครแต่ละคนไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ชายใส่เสื้อขาวที่ดูจะรู้เห็นเป็นใจกับอะไรบางอย่าง ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกเหมือนได้สวมรอยเป็นสายลับคอยจับผิดพวกเขาเลย

บรรยากาศมื้อเย็นที่อึดอัดจนหายใจไม่ออก

ดูฉากนี้แล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครทุกคนเลย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันตึงจนแทบจะตัดด้วยมีดได้ สายตาที่แต่ละคนส่งให้กันมันเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครจับมือกันใต้โต๊ะ มันบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีมากโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลยสักคำ ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบมาก อยากรู้ตอนต่อไปทันทีว่าใครจะระเบิดอารมณ์ออกมาก่อนกัน