ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแทนตัวละครในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ จริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มชุดเขียวกับหญิงสาวชุดชมพูดูมีความลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด ในขณะที่อีกคู่หนึ่งกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการเผชิญหน้า การที่ชายชุดขาวพยายามปกป้องหญิงชุดฟ้าแต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้เห็นถึงปมด้อยในใจของตัวละครแต่ละคน ช่างเป็นพล็อตเรื่องที่ดึงอารมณ์ผู้ชมได้เก่งกาจ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เลย ชุดแต่ละตัวมีความละเอียดอ่อนและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีฟ้าของนางเอกที่ดูพริ้วไหวเหมือนเทพธิดา ตัดกับชุดสีแดงและเขียวของพระเอกที่ดูเข้มแข็งและดุดัน เครื่องประดับผมและต่างหูที่ระยิบระยับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวละคร การเลือกสีเสื้อผ้ายังช่วยสื่อถึงบุคลิกและสถานะของตัวละครได้อย่างชัดเจน เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้จริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ คือการแสดงผ่านสายตาของนักแสดง ฉากที่ชายชุดเขียวมองหญิงชุดชมพูด้วยความห่วงใยแต่ถูกซ่อนไว้ด้วยความเย็นชา ช่างทำเอาใจละลาย ในขณะที่สายตาของหญิงชุดฟ้าที่มองชายชุดขาวด้วยความเจ็บปวดและน้อยใจก็ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ทันที ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สบตากันก็รู้เรื่องแล้ว การแสดงระดับนี้หาชมได้ยากจริงๆ ในยุคปัจจุบัน
ฉากหลังในเรื่องรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ช่วยสร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยมมาก สถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่ดูขลังและยิ่งใหญ่ ผสมผสานกับหมอกบางๆ และแสงที่ลอดผ่านต้นไม้ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยายที่มีทั้งความสวยงามและอันตรายซ่อนอยู่ การจัดวางองค์ประกอบภาพในแต่ละช็อตมีความสมดุลและให้กลิ่นอายของความเป็นแฟนตาซีอย่างชัดเจน ทำให้การรับชมเป็นเรื่องที่น่าหลงใหล
พล็อตเรื่องในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละครหลักทั้งสี่คนทำให้เราเดาทางไม่ถูกว่าจะจบลงอย่างไร ความรักที่ห้ามปราม ความแค้นที่ต้องชำระ และหน้าที่ที่ต้องทำ มันขัดแย้งกันจนน่าปวดหัว แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้เรื่องน่าสนใจ การที่ตัวละครต้องเลือกระหว่างความรักและเหตุผล เป็นสิ่งที่เราทุกคนเคยเผชิญและเอาใจช่วยพวกเขาอย่างเต็มที่