ดูแล้วขนลุกกับฉากทรมานในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ นางร้ายดูมีความสุขผิดปกติเวลาเห็นคนอื่นเจ็บปวด โดยเฉพาะฉากที่เอาโซ่ตรวนมารัดข้อมือจนเลือดไหลซิบๆ แล้วเธอยังหัวเราะออกมาได้ มันสะท้อนให้เห็นว่าความเจ็บปวดในอดีตอาจเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นปีศาจได้จริงๆ ฉากนี้ถ่ายทำมุมกล้องได้โหดดิบมาก ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแต่ก็หยุดดูไม่ได้
ตอนแรกคิดว่านางเอกต้องทนทุกข์ทรมานคนเดียวในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ แต่พอพระเอกปรากฏตัวที่ประตูพร้อมชุดขาวสะอาดตาและมงกุฎเงินแวววาว บรรยากาศเปลี่ยนทันที! สายตาที่มุ่งมั่นและเคร่งขรึมของเขาบอกเลยว่าเขาไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนรักของเขาง่ายๆ การตัดสลับจากฉากมืดทึบมาสู่แสงสว่างที่ประตูช่างเป็นสัญลักษณ์ของการมาถึงผู้กอบกู้ที่สมบูรณ์แบบ
ชอบรายละเอียดเล็กๆ ในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ อย่างเครื่องประดับหัวของตัวละครทั้งสามคน นางเอกใส่เครื่องประดับเงินละเอียดอ่อนสื่อถึงความบริสุทธิ์ นางร้ายใส่เครื่องประดับสีดำทึบสื่อถึงความมืดมนในใจ ส่วนพระเอกใส่มงกุฎเงินขนาดใหญ่ที่มีสายระย้าลงมา ดูทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์มาก ดีไซน์เครื่องแต่งกายช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยจริงๆ
ในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ฉากนี้แทบไม่ต้องใช้บทพูดเยอะเลย เสียงโซ่เหล็กที่ลากไปกับพื้นและเสียงหายใจหอบของนางเอกที่ถูกทรมาน มันสร้างอารมณ์ร่วมได้มหาศาล ยิ่งตอนนางร้ายกระซิบอะไรบางอย่างแล้วนางเอกสั่นเทา มันทำให้คนดูอยากรู้เหลือเกินว่าเธอพูดอะไรถึงได้ผลขนาดนั้น การสร้างบรรยากาศด้วยเสียงในฉากนี้ทำได้ดีมาก
ฉากใกล้ๆ ในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ที่กล้องซูมไปที่ข้อมือของนางเอกที่มีรอยเลือดไหลจากโซ่ตรวน มันสะเทือนใจมาก เลือดสีแดงสดตัดกับชุดขาวบริสุทธิ์ของเธอ มันเหมือนสัญลักษณ์ของการเสียสละหรือการถูกทำลายความบริสุทธิ์ ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดแทนตัวละครจริงๆ อยากจะกระโดดเข้าไปในจอไปช่วยเธอเลย