ชอบโมเมนต์ที่นางเอกชุดขาวปล่อยพลังแสงออกมาแล้วผลักศัตรูกระเด็นไปไกลมากค่ะ มันคือความสะใจที่รอคอยมานาน การแสดงสีหน้าจากเจ็บปวดเป็นเย็นชาแล้วค่อยๆ ยิ้มเยาะเย้ยช่างสมจริงมาก ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว เรื่อง รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ทำฉากต่อสู้ด้วยพลังวิเศษได้อลังการและสวยงามมาก แสงสีทองที่พุ่งออกมาสื่อถึงพลังอันยิ่งใหญ่ได้ดีจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในคลิปนี้คือแววตาของนางเอกชุดขาวค่ะ ตอนแรกดูสลดและหมดหวัง แต่พอถูกบีบคั้นจนสุดขีด ดวงตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและดุร้าย การแสดงออกทางสีหน้าไม่ต้องใช้คำพูดก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าความอ่อนโยนไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอเสมอไป มันคือการสะสมพลังเพื่อระเบิดออกมาในจังหวะที่เหมาะสม
ภาพนางเอกชุดขาวที่มีเลือดเปื้อนมุมปากแต่ยังคงความสง่างามไว้ได้ช่างน่าประทับใจมากค่ะ การออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับศีรษะที่วิจิตรบรรจงตัดกับความโหดร้ายของสถานการณ์ได้อย่างลงตัว ใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ฉากนี้เน้นย้ำว่าความงามที่แท้จริงมาจากภายใน แม้ร่างกายจะบอบช้ำแต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่งไม่ยอมแพ้ใครทั้งนั้น
เห็นใจนางร้ายชุดแดงนิดนึงนะคะที่คิดว่าตัวเองชนะแล้วแต่กลับต้องมาแพ้ภัยตัวเอง การที่ยืนหัวเราะเยาะเย้ยก่อนจะถูกพลังผลักกระเด็นทำให้เห็นความประมาทชัดเจนมาก ใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ฉากนี้สอนให้รู้ว่าอย่าดูถูกใครจนเกินไป เพราะคนที่ดูอ่อนแอที่สุดอาจจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดก็ได้ บทเรียนราคาแพงที่ต้องแลกมาด้วยการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
ฉากหลังที่เป็นต้นไม้ใบสีทองสวยงามมากค่ะ ตัดกับฉากดราม่ารุนแรงตรงหน้าได้อย่างน่าสนใจ แสงที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาทำให้ฉากดูมีมิติและลึกลับมาก ใน รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ การใช้สถานที่นี้ช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้ดีมาก ทั้งความโรแมนติกและความอันตรายปนเปกันอยู่ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเทพนิยายที่มีทั้งความฝันและความจริง