ต้องยกนิ้วให้คอสตูมของพระเอกในเรื่องรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ชุดสีขาวขนสัตว์ดูแพงและทรงพลังมาก ท่าทางนั่งอ่านหนังสือบนศาลาแสดงถึงความสุขุมเยือกเย็น แต่แววตากลับซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ ฉากที่ทหารเข้ามารายงานแล้วเขาเปลี่ยนสีหน้าทันทีทำให้รู้ว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ใครสายหล่อเท่ห้ามพลาด
หลังจากดูฉากดราม่าหนักๆ มาทั้งตอน ฉากสุดท้ายที่นางเอกยิ้มออกมาในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ มันช่างเป็นภาพที่เยียวยาหัวใจคนดูที่สุด รอยยิ้มบางๆ นั้นดูเหมือนจะบอกว่าเธอพร้อมจะเริ่มต้นใหม่แล้ว แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาที่ใบหน้าทำให้ดูสว่างไสวไปหมด เปลี่ยนจากบรรยากาศอึมครึมมาเป็นความหวังได้อย่างน่าทึ่ง
ฉากที่นางเอกเดินอยู่ในหมอกหนาในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ สร้างบรรยากาศได้หลอนและสวยงามในเวลาเดียวกัน เสียงเพลงประกอบที่คลอมาเบาๆ ยิ่งทำให้รู้สึกเหงาจับใจ การที่เธอจับหัวเหมือนปวดหัวรุนแรงสื่อให้เห็นว่าความทรงจำหรือคำสาปกำลังเล่นงานเธอ ฉากนี้ถ่ายทำออกมาได้ศิลปะมากจนอยากหยุดดูซ้ำๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายกับทหารคู่ใจในเรื่องรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ น่าสนใจมาก แม้บทพูดจะน้อยแต่สายตาที่สื่อสารกันบอกเล่าความไว้ใจได้ชัดเจน ทหารคนนั้นดูเป็นห่วงนายท่านมาก พยายามรายงานเรื่องสำคัญด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในขณะที่องค์ชายพยายามเก็บอาการไม่ให้ลูกน้องเห็นความอ่อนแอ เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ตัวละครมีมิติ
ฉากที่นางเอกสะดุ้งตื่นจากฝันในรักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ เล่นเอาคนดูตกใจไปด้วย การหายใจถี่และเหงื่อที่ซึมแสดงออกทางสีหน้าได้ดีมาก ผ้าห่มสีขาวนุ่มๆ ที่เธอโอบกอดยิ่งเน้นความโดดเดี่ยวของเธอในยามนั้น คนเขียนบทเก่งมากที่สร้างปมความเจ็บปวดให้คนดูเอาใจช่วยเธอตั้งแต่ฉากแรกๆ แบบนี้