ฉากต่อมาคือความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นทันที เมื่อเห็นกลุ่มคนในชุดขาวและสีฟ้าอ่อนยืนเผชิญหน้ากัน บรรยากาศดูอึมครึมและเต็มไปด้วยความกดดัน โดยเฉพาะตัวละครหญิงที่มีเลือดไหลที่มุมปาก ดูเหมือนจะเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก สายตาที่มองไปยังอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ก็มีความมุ่งมั่น เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง รักลิขิตฟ้า เซียนลิขิตใจ ที่ทำให้คนดูต้องเอาใจช่วยตัวละครเอก
ตัวละครหญิงในชุดสีฟ้าอ่อนที่มีเขาสัตว์บนหัว เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก แม้จะมีเลือดไหลที่ปากแต่กลับยิ้มออกมาได้อย่างน่าประหลาดใจ รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะซ่อนความเจ็บปวดหรืออาจจะหมายถึงชัยชนะบางอย่าง การแต่งกายที่ละเอียดอ่อนและเครื่องประดับที่วิจิตรบรรจงช่วยเสริมบุคลิกของเธอให้ดูมีเสน่ห์และลึกลับ เป็นตัวละครที่ดึงดูดสายตาคนดูได้ตั้งแต่แรกเห็น
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครชายในชุดขาวกับหญิงที่ได้รับบาดเจ็บดูซับซ้อนมาก เขาจับมือเธอไว้อย่างแน่นหนาเหมือนต้องการส่งพลังหรือปลอบโยน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความห่วงใยและความกังวล ฉากนี้สื่อถึงความรักหรือความผูกพันที่ลึกซึ้งท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับอารมณ์ของตัวละครได้อย่างง่ายดาย
ตัวละครชายในชุดเกราะทองที่ปรากฏในตอนต้นดูมีบารมีมาก การนั่งลอยกลางอากาศและท่าทางที่มั่นใจแสดงถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าใคร การที่ทหารในชุดขาวก้มหัวให้แสดงให้เห็นถึงสถานะที่สูงส่งของเขา ฉากนี้สร้างภาพลักษณ์ของผู้นำหรืออาจารย์ใหญ่ที่ทรงพลังได้อย่างชัดเจน เป็นตัวละครที่ดูน่าเกรงขามแต่ก็มีความเป็นผู้นำที่น่านนับถือ
ต้องยกนิ้วให้กับการออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครหญิงในชุดสีฟ้าอ่อน ชุดที่ดูพลิ้วไหวและเครื่องประดับศีรษะที่มีขนสัตว์สีขาวทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาหรือปีศาจจิ้งจอกที่มีความน่ารัก แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ดูตึงเครียดแต่ความงามของเธอก็ยังโดดเด่น เป็นจุดที่ช่วยเบรกอารมณ์หนักๆ ของเรื่องให้ดูเบาลงได้บ้าง