ฉากจบที่พระเอกนั่งก้มหน้าด้วยเลือดเต็มใบหน้า เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน มันคือจุดจบของความรักที่เคยยิ่งใหญ่ แต่กลับลงเอยด้วยความรุนแรง การแสดงสีหน้าที่ไม่โกรธแต่กลับยอมรับชะตากรรม ทำให้ฉากนี้ใน รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย เป็นฉากที่ตราตรึงใจคนดูไปอีกนาน
ชอบการแสดงของนางเอกมากค่ะ ไม่ต้องตะโกนด่าทอ แค่ยืนนิ่งๆ ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าก็สื่ออารมณ์ได้ดีกว่าคำพูดพันคำ การที่เธอเลือกจะจบทุกอย่างด้วยการทำร้ายร่างกายเขาแทนการพูดคุย แสดงว่าใจเธอคงตายไปแล้วจริงๆ ฉากนี้ใน รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำให้เห็นว่าการเพิกเฉยคือการทำโทษที่โหดร้ายที่สุด
ตัวละครชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังดูมีบทบาทสำคัญมากค่ะ เขายืนนิ่งๆ เฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน เหมือนรู้เห็นเป็นใจหรืออาจจะรอจังหวะนี้มานาน การมีอยู่ของเขาทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก เป็นรายละเอียดเล็กๆ ใน รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ที่ทำให้คนดูต้องเดาว่าเขาคือใครกันแน่
การที่พระเอกถอดเสื้อสูทออกก่อนจะคุกเข่า เป็นสัญลักษณ์ของการยอมจำนนและเปิดเปลือยความรู้สึกทั้งหมดที่มี แต่สุดท้ายกลับถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง เลือดที่ไหลลงมาผสมกับแววตาที่สิ้นหวัง เป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก เรื่องราวใน รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย สะท้อนให้เห็นว่าความรักที่หมดไปนั้นน่ากลัวแค่ไหน
ชอบการจัดแสงและมุมกล้องในฉากนี้มากค่ะ แสงสลัวๆ กับเงาที่ทอดยาวช่วยเสริมอารมณ์ดราม่าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวะที่ขวดไวน์กระทบหน้าแล้วเลือดสาด แสงไฟทำให้เห็นรายละเอียดความเจ็บปวดได้ชัดเจนทุกอณู การผลิตใน รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ตั้งใจทำออกมาได้ดีมากจนคนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย