อาหารหรูอย่างหอยนางรมที่วางตรงหน้า แต่ดูแล้วไม่อร่อยเลยเพราะบรรยากาศมันอึดอัดเกินไป ฉากนี้ทำให้คิดถึงคำว่ารักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย เพราะต่อให้จัดเตรียมสิ่งดีๆ ให้แค่ไหน แต่ถ้าใจเขาไม่อยู่ตรงนี้ มันก็เปล่าประโยชน์จริงๆ
เห็นใจหญิงสาวในชุดสีขาวมาก พยายามประคองสถานการณ์ทั้งตอนคุยกับหมอและตอนกินข้าว แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามยิ่งห่างออกทุกที รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย อาจเป็นบทเรียนที่เธอต้องเรียนรู้ว่าความรักของลูกไม่สามารถกำหนดได้
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ความเงียบสื่อสารมากกว่าคำพูด ฉากกินข้าวที่แทบไม่มีเสียงคุยกัน แต่สายตากลับพูดเยอะมาก รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ถูกถ่ายทอดผ่านบรรยากาศแบบนี้ได้ดีกว่าการตะโกนด่ากันเสียอีก มันดูสมจริงและเจ็บปวด
ดูจากทิศทางของเรื่องแล้ว คงหนีไม่พ้นคำว่ารักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย เพราะเมื่อใจคนเปลี่ยนไป ต่อให้ใครจะมาห้ามหรือขอร้องก็คงไม่สำเร็จ ฉากจบที่ทุกคนนั่งนิ่งๆ บนโต๊ะอาหารมันคือจุดจบของความสัมพันธ์รูปแบบเดิมอย่างชัดเจน
เปลี่ยนจากห้องสมุดมาโต๊ะอาหาร บรรยากาศดูหรูหราแต่ทำไมคนกินหอยนางรมถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ สายตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาวอีกคนมันชัดเจนมากว่าใจเขาไม่ได้อยู่ตรงหน้าแม่หรือคนข้างๆ เรื่องรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย น่าจะหมายถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้วของเขามากกว่า