ปกติเรามักเห็นผู้หญิงเป็นฝ่ายขี้กลัว แต่เรื่องนี้กลับกัน ผู้ชายตื่นมาด้วยความหวาดผวาจนต้องวิ่งไปหาเธอทันที ฉากที่เขาถอดเสื้อแล้วโชว์รอยสักบนไหล่ดูเท่มาก แต่แววตากลับต้องการการปลอบโยน การที่เธอโอบกอดเขาโดยไม่ถามอะไรเยอะทำให้รู้ว่าความรักที่แท้จริงคือการเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย สอนให้เราเห็นอีกมุมของความอ่อนแอของผู้ชายได้ดีจริงๆ
ชอบการจัดแสงสีฟ้าในห้องนอนมาก มันช่วยเสริมอารมณ์เหงาและวังเวงตอนเขาตื่นจากฝันได้เป็นอย่างดี พอเขาเดินเข้าไปหาเธอ แสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงก็ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นทันที การที่เขารีบถอดเสื้อแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่มมากอดเธอแน่นๆ มันสื่อถึงความโหยหาความปลอดภัยได้ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครในรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย จริงๆ ค่ะ
พระเอกเรื่องนี้หุ่นดีมาก รอยสักบนไหล่และหน้าอกดูเท่สุดๆ แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจคือข้างในกลับซ่อนความอ่อนไหวไว้เต็มเปี่ยม ตอนเขาตื่นมาแล้ววิ่งไปหาเธอ มันทำให้เห็นว่าคนเราไม่ว่าจะดูเข้มแข็งแค่ไหน ก็ต้องการใครสักคนยามอ่อนแอ ฉากที่เขาถอดเสื้อแล้วปีนขึ้นเตียงมากอดเธอไว้คือจุดพีคของเรื่องรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ที่ทำให้คนดูใจละลายไปตามๆ กัน
ชอบฉากนี้มากที่ผู้ชายไม่ต้องพูดอะไรเลย แค่เดินเข้าไปหาแล้วกอดเธอไว้ก็พอ เธอเองก็เข้าใจทันทีโดยไม่ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น การสื่อสารด้วยภาษากายแบบนี้มันทรงพลังมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาเอาหน้าซุกอกเธอแล้วหลับไปทันที มันบอกเลยว่าเธอคือที่พึ่งทางใจของเขาจริงๆ เรื่องรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำฉากนี้ออกมาได้น่าประทับใจมากค่ะ
ตอนแรกเห็นเขานอนดิ้นทุรนทุรายในฝันร้ายก็ตกใจมาก แต่พอเขาตื่นแล้ววิ่งไปหาเธอ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที การที่เขาถอดเสื้อแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่มมากอดเธอไว้เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการแม่ มันน่าเอ็นดูมาก ฉากจบที่เขานอนหลับสบายในอ้อมกอดของเธอทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นตามไปด้วย รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย เรื่องนี้บอกเลยว่าเต็มไปด้วยโมเมนต์หวานๆ แบบนี้เยอะมาก