ชอบการแสดงสีหน้าของนางเอกในชุดครีมมาก ไม่ต้องร้องไห้โฮก็สื่อความเจ็บปวดได้หมดใจ ฉากที่เธอเดินเข้าไปในร้านชุดแต่งงานแล้วเห็นเขาอยู่กับหญิงอื่น มันเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ความเงียบของเธอตอนนั้นดังกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ทั้งสิ้น รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำให้เรารู้ว่าบางทีการปล่อยวางอาจจะเป็นทางออกเดียว
ดูแล้วรู้สึกจุกอกแทนนางเอกมาก ที่ต้องมาเห็นคนรักเก่ามีความสุขกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา ฉากที่หญิงสาวในชุดฟ้าคุกเข่าขอโทษ มันยิ่งทำให้รู้ว่าความผิดพลั้งในอดีตมันแก้ไขไม่ได้แล้ว ผู้ชายคนนั้นอาจจะรู้สึกผิดแต่เขาก็เลือกทางของเขาไปแล้ว รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย สอนให้รู้ว่าเวลาไม่รอใครจริงๆ
ฉากในร้านชุดแต่งงานสวยมากแต่ก็เจ็บปวดมากเช่นกัน ชุดสีขาวของนางเอกดูบริสุทธิ์แต่กลับต้องมาเผชิญความจริงที่โหดร้าย ส่วนหญิงอีกคนในชุดฟ้าดูสดใสแต่ก็แฝงความผิดชอบชั่วดี การแต่งกายของตัวละครสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งจริงๆ รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ใช้เครื่องแต่งกายเล่าเรื่องได้ยอดเยี่ยมมาก
ชอบที่สุดคือการเล่นกับสายตาของตัวละคร ทุกครั้งที่กล้องจับไปที่หน้านางเอก เราจะเห็นความเจ็บปวด ความหวัง และความสิ้นหวังสลับกันไปมา โดยเฉพาะตอนเธอเห็นผู้ชายคนนั้นจับมือกับหญิงอื่น สายตาของเธอว่างเปล่าจนน่ากลัว รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำให้เราเข้าใจว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจจริงๆ
ฉากที่ผู้ชายซ่อมสร้อยคอให้หญิงสาวในชุดขาว มันเหมือนเขากำลังพยายามซ่อมแซมความทรงจำดีๆ แต่สุดท้ายมันก็สายเกินไปแล้ว สร้อยคอเส้นนั้นคงเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่เคยมี แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวดเท่านั้น รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย ทำให้เรารู้ว่าบางสิ่งเมื่อเสียไปแล้วไม่มีวันกลับคืนมา