พระเอกของเราดูมีท่าทีอ่อนโยนแต่แฝงความเจ็บปวดตอนจับสร้อยไข่มุกเส้นนั้น มันดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ฉากแฟลชแบ็คที่เบลอๆ ยิ่งทำให้คนดูอย่างเราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างเขากับหญิงสาวในชุดดำ เรื่องรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย น่าจะเกี่ยวกับของชิ้นนี้แน่นอน
สีหน้าของคุณยายในรถเข็นดูมีความกังวลและเศร้าลึกๆ ท่านคงรู้ความจริงทุกอย่างแต่พูดไม่ได้หรือยังไม่มีโอกาสได้บอก การที่ท่านจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาแบบนั้นทำให้รู้ว่ารักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย อาจจะเป็นคำเตือนจากคนแก่ที่หวังดีแต่สายเกินไป บรรยากาศในห้องนั้นอึดอัดจนคนดูยังรู้สึกตาม
ตอนที่หญิงสาวในชุดดำเดินออกมาจากม่านสีแดง มันเหมือนฉากเปิดตัวนางเอกในละครย้อนยุค แต่สีหน้าเธอกลับดูหวาดกลัวและสับสน การที่พระเอกยื่นมือไปหาเธอในตอนท้ายทำให้ใจเราหวิวไปเลย รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย คงจะเป็นบทสรุปของความสัมพันธ์สามเส้านี้ที่ไม่มีใครได้สมหวัง
พระเอกของเราดูเท่มากกับเสื้อสีดำและรอยสักเต็มแขน แต่แววตาเขากลับดูเศร้าลึกๆ ทุกครั้งที่มองสร้อยไข่มุก มันทำให้เรารู้สึกว่าเขาต้องผ่านอะไรมาหนักมาก เรื่องรักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย น่าจะเป็นปมในใจที่เขาพยายามจะแก้ไขแต่อาจจะสายเกินไปแล้วสำหรับบางคน
การตัดสลับระหว่างฉากหรูหรากับฉากดราม่าในห้องมืดทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะอารมณ์ ไม่รู้ว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น รักที่มาช้า ไม่มีค่าอีกเลย เป็นประโยคที่ดังขึ้นในหัวตลอดเวลาที่ดู เพราะดูเหมือนทุกคนในเรื่องกำลังเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต