ฉากโต๊ะอาหารพลิกนี่มันสะเทือนใจมากจริงๆ หวังชิง ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมของญาติๆ ในครอบครัวนี้มีความกดดันซ่อนอยู่ทุกมุม การแสดงออกทางสีหน้าของ หลิวเจวียน ตอนให้ซองแดงก็ดูซับซ้อนมาก ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกอินกับประเด็นครอบครัวสุดๆ พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม สะท้อนความจริงได้เจ็บปวดมาก ใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้บ้างครับ
ชอบบรรยากาศงานเลี้ยงแม้จะมีดราม่าก็ตาม หวังเยี่ยน น่ารักมากในชุดสีแดง ฉากจุดพลุสวยจนอยากดูซ้ำหลายรอบ ความสัมพันธ์ระหว่าง จ้าวเต๋อเฉวียน กับ หวังชิง น่าสนใจมาก เหมือนมีอะไรค้างคาใจกันอยู่ การดำเนินเรื่องเร็วไม่น่าเบื่อเลยสักนิด พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม เป็นชื่อเรื่องที่ตรงใจมาก อยากให้ทุกคนลองไปหาดูกันนะ
จ้าวหยุนหยุน พยายามประสานรอยร้าวระหว่างครอบครัวได้ดีมาก แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหนก็ตาม ฉากกินข้าวด้วยกันดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความขัดแย้ง หวังชิง ดูเท่มากตอนนั่งนิ่งๆ ไม่พูดอะไร บางทีความเงียบก็ดังกว่าเสียงตะโกนนะ พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม ทำให้เราคิดตามเกี่ยวกับบทบาทในครอบครัวตัวเอง
ฉากให้ซองแดงเด็กๆ เป็นช่วงที่ดูอบอุ่นที่สุดแล้ว หลิวเจวียน ยิ้มได้สวยมากแม้ก่อนหน้านี้จะมีเรื่องทะเลาะกันก็ตาม เด็กๆ ดูมีความสุขมากที่ได้รับของขวัญ สีหน้าของ จ้าวไห่ ตอนดื่มเหล้าก็บอกอะไรได้หลายอย่างเลย เรื่องนี้เก็บรายละเอียดอารมณ์ตัวละครได้ดีมาก พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ
การแสดงของ หวังชิง ยอดเยี่ยมมาก สื่ออารมณ์ผ่านสายตาได้ชัดเจน ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ฉากพลิกโต๊ะคือจุดพีคที่ทุกคนรอคอย ความอัดอั้นตันใจถูกปลดปล่อยออกมาหมดเลย ดูแล้วรู้สึกสงสารตัวละครบ้างก็เข้าใจบ้าง พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม เป็นเรื่องราวที่ใกล้ตัวเรามากๆ
ชอบฉากที่ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน แม้จะมีปัญหาแต่ก็ยังเป็นครอบครัวอยู่ดี จ้าวจวิน กับ จ้าวไห่ ดูสนิทกันมากตอนดื่มเหล้า บรรยากาศในบ้านดูเรียบง่ายแต่มีความจริงใจ อาหารบนโต๊ะดูน่ากินมากเลย อยากลองชิมบ้างจัง พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม สอนให้เราเห็นค่าของความสัมพันธ์ที่ดี
เฟิงเซี่ย กับ ยู่ฟาง ก็มีส่วนสำคัญในเรื่องราวนี้มาก ยิ้มสวยมากตอนนั่งคุยกัน ฉากเหล่านี้ช่วยเบรกดราม่าให้เบาบางลงบ้าง การแต่งตัวของตัวละครแต่ละคนก็เข้ากับบุคลิกมาก หวังชิง ใส่สูทดูภูมิฐานที่สุดเลย พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับเงินทองและครอบครัว
ฉากเปลี่ยนจากทะเลาะกันมาเป็นจุดพลุสวยมาก เหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ ความขัดแย้งในครอบครัวเป็นเรื่องปกติแต่สำคัญที่วิธีแก้ไข หวังชิง ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้นในตอนท้าย หลิวเจวียน ก็ดูผ่อนคลายลงมากเช่นกัน พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม เป็นหนังที่ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ กลับไปบ้านเลย
จ้าวเต๋อเฉวียน ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบ้านพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้แย่ลงกว่าเดิม การพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารมีหลายชั้นความหมายมาก ต้องตั้งใจดูดีๆ ถึงจะเข้าใจทุกอารมณ์ หวังชิง นั่งดูโทรศัพท์เหมือนมีเรื่องสำคัญมาก พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม ทำให้เราตั้งคำถามกับบทบาทของตัวเองในบ้าน
สรุปแล้วเรื่องนี้ให้แง่คิดดีมากเกี่ยวกับความเข้าใจกันในครอบครัว หวังเยี่ยน ร้องไห้น่าสงสารมากตอนต้นเรื่อง แต่ตอนหลังก็ยิ้มได้ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกคือหัวใจสำคัญของเรื่องจริงๆ ดูจบแล้วอยากโทรหาพ่อแม่ทันทีเลย พอที ฉันไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม แนะนำให้ดูกันทุกคนนะครับ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม