พอคนไข้ฟื้นขึ้นมา เรื่องราวก็เปลี่ยนจากทางการแพทย์มาเป็นดราม่าครอบครัวทันที ลูกชายสองคนกับหมอหญิงที่ยืนอยู่ข้างเตียงดูมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมาก สายตาที่แลกเปลี่ยนกันบอกอะไรได้เยอะกว่าคำพูด ฉากนี้ในปริศนาผ่าตัดมรณะทำให้รู้ว่าบางครั้งโรคทางกายรักษาได้ง่ายกว่าโรคทางใจ
ตัวละครหมอหญิงในเรื่องนี้ดูมีมิติมาก ไม่ใช่แค่ยืนสั่งการแต่ดูเหมือนแบกรับความลับบางอย่างไว้ ท่าทางมั่นใจแต่สายตากังวลทำให้คนดูสงสัยว่าเธอรู้เห็นอะไรบ้าง การแสดงของเธอในปริศนาผ่าตัดมรณะทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์แบบไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะ
ช่วงท้ายที่ผู้ชายในเสื้อสูทดำเข้าไปตะคอกใส่หมอในออฟฟิศคือจุดพีคที่คาดไม่ถึง อารมณ์ที่ระเบิดออกมาทำให้เห็นว่ามีปมขัดแย้งอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ การจับคอเสื้อและชี้หน้ากันทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนคนดูยังรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ฉากนี้ในปริศนาผ่าตัดมรณะแสดงให้เห็นว่าความกดดันสามารถทำให้คนเสียสติได้
ต้องชมทีมสร้างที่เก็บรายละเอียดบรรยากาศโรงพยาบาลได้สมจริงมาก ทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุดแพทย์ แสงสีในห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้น ทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น ฉากภายนอกตึกโรงพยาบาลในปริศนาผ่าตัดมรณะก็ดูทันสมัยและสวยงาม
ฉากในห้องผ่าตัดช่วงแรกของปริศนาผ่าตัดมรณะทำเอาคนดูหายใจไม่ทัน ทีมแพทย์ในชุดเขียวแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางได้สมจริงมาก โดยเฉพาะจังหวะที่เครื่องมอนิเตอร์ส่งเสียงเตือน ให้ความรู้สึกกดดันจนต้องกำมือตามไปด้วย การตัดสลับระหว่างความตึงเครียดในห้องผ่าตัดกับบรรยากาศเงียบสงบในห้องพักฟื้นสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจ