ต้องยอมรับว่าตัวร้ายใส่ชุดม่วงคนนี้แสดงได้ดุดันมาก แววตาที่มองลงมาเหยียบย่ำผู้หญิงในชุดฟ้าช่างน่าเกลียดชังจนอยากกระโดดเข้าไปในจอ แต่พอมองไปที่เด็กน้อยในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ที่กำลังรวบรวมพลัง ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที การตัดสลับระหว่างความโหดร้ายกับความบริสุทธิ์ของเด็กช่างเจ็บปวดหัวใจ
ฉากที่ผู้หญิงชุดฟ้ากอดขาตัวร้ายแล้วร้องไห้ขอความเห็นใจ เป็นฉากที่บีบหัวใจที่สุด เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดความรุนแรงนี้ แม้จะรู้ว่าอาจไม่มีผลอะไร แต่ความรักที่มีต่อครอบครัวทำให้เธอไม่ยอมแพ้ ฉากนี้ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ทำให้คนดูน้ำตาไหลตามโดยไม่ทันตั้งตัวจริงๆ
ผู้กำกับสร้างบรรยากาศได้กดดันมาก ท้องฟ้ามืดครึ้ม配合กับพลังสีแดงของตัวร้ายที่เริ่มก่อตัว ทำให้รู้สึกอึดอัดไปทั้งจอ ทุกคนนอนกองกับพื้นหมดแรงสู้ มีเพียงเด็กน้อยในตำนานเทพดาบวัยเยาว์เท่านั้นที่ยังประคองตัวนั่งสมาธิได้ ฉากนี้คือเดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ
สิ่งที่ชอบที่สุดในตอนนี้คือความเสียสละของเด็กน้อย เขาทั้งที่ตัวเล็กและบาดเจ็บสาหัส แต่กลับเลือกที่จะเป็นโล่ให้ทุกคน แสงสีทองที่พุ่งออกมาจากร่างกายเขาคือสัญลักษณ์ของความหวัง ท่ามกลางความมืดมนของตัวร้าย ฉากนี้ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์สอนให้รู้ว่าฮีโร่ไม่จำเป็นต้องตัวใหญ่เสมอไป
ดูแล้วอินมากจนลืมหายใจ ทุกตัวละครแสดงอารมณ์ได้สมจริงมาก โดยเฉพาะตอนที่ผู้ชายผมเงินมองไปที่เด็กน้อยด้วยสายตาที่ทั้งเป็นห่วงและภูมิใจผสมกัน ฉากต่อสู้ด้วยพลังเวทมนตร์ในตำนานเทพดาบวัยเยาว์ทำออกมาได้อลังการมาก แม้จะเป็นฉากสั้นๆ แต่กินใจคนดูสุดๆ