ดูดาบเทพแล้วติดใจฉากนี้มาก การที่ตัวละครไม่ต้องพูดแต่ใช้สายตาสู้กันมันทรงพลังมาก นางเอกในชุดสีฟ้าดูมีอำนาจแต่ก็โดดเดี่ยว ส่วนซ่งชิงชิงที่พยายามทำตัวเข้มแข็งแต่แววตาบอกความอ่อนแอ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าในวังหลังไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่คือการต่อสู้เพื่ออยู่รอด ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมาย
ชอบวิธีเล่าเรื่องในดาบเทพมาก แค่เห็นเครื่องประดับผมของตัวละครแต่ละคนก็รู้สถานะแล้ว นางเอกมีปิ่นปักเรียบง่ายแต่ดูมีค่า ส่วนซ่งชิงชิงมีเครื่องประดับเยอะแต่ดูพยายามเกินไป ฉากที่เธอถูกผลักแล้วล้มลงโดยไม่มีใครช่วยมันสะท้อนความโหดร้ายของระบบนี้ได้ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแต่ก็หยุดดูไม่ได้
ฉากนี้ในดาบเทพทำให้รู้ว่าความเงียบน่ากลัวแค่ไหน ตอนซ่งชิงชิงถูกมองด้วยสายตาเย็นชาจากทุกคนในห้อง มันเหมือนเธอถูกตัดขาดจากโลกทั้งใบ แม้จะไม่มีใครพูดแต่ทุกสายตาพูดแทนคำพูด นางเอกในชุดสีฟ้าดูมีอำนาจแต่แววตากลับว่างเปล่า ฉากนี้ทำให้คิดถึงคำว่าอำนาจที่แท้จริงคืออะไร
การเลือกสีเสื้อผ้าในดาบเทพฉลาดมาก นางเอกใส่สีฟ้าเย็นชาแต่แฝงความเศร้า ซ่งชิงชิงใส่สีพาสเทลที่ดูอ่อนโยนแต่กลับต้องเผชิญความโหดร้าย ฉากที่เธอถูกผลักแล้วชุดสีชมพูตัดกับพื้นไม้สีดำมันสวยงามแต่เจ็บปวด ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องมีคำบรรยาย ดูแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง
ดูดาบเทพแล้วรู้สึกเหงาแทนตัวละคร ฉากที่ซ่งชิงชิงยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนแต่ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยมันสะท้อนความโดดเดี่ยวได้ดีมาก นางเอกในชุดสีฟ้าดูมีอำนาจแต่แววตากลับว่างเปล่าเหมือนสูญเสียทุกอย่าง ฉากนี้ทำให้รู้ว่าในวังหลังแม้จะมีคนรอบข้างแต่ก็อาจโดดเดี่ยวที่สุด การแสดงสีหน้าของนักแสดงทำให้คนดูรู้สึกตามไปด้วย