ตัวละครหญิงในชุดสีเขียวดูมีเล่ห์เหลี่ยมมาก รอยยิ้มของเธอตอนจับมือหญิงชุดม่วงอ่อนไม่ได้ดูจริงใจเลยสักนิด เหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง ฉากนี้ทำให้คนดูอย่างเราต้องเดาใจกันไม่หยุด ว่าตกลงใครกันแน่ที่เป็นตัวการสร้างความทุกข์ให้คนอื่น การแสดงสีหน้าของนักแสดงทำได้ดีมากจนขนลุก
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องดราม่าธรรมดาๆ แต่พอเห็นฉากที่หญิงสาวใช้พลังเวทมนตร์ทำให้จดหมายลอยได้ ก็ต้องร้องว้าวออกมาดังๆ เอฟเฟกต์แสงสีฟ้าที่พุ่งออกจากมือดูขลังและทรงพลังมาก มันบ่งบอกว่าเธอไม่ใช่หญิงสาวธรรมดา แต่มีวิชาติดตัวมาเพื่อจัดการปัญหาใหญ่ๆ ในดาบเทพเรื่องนี้สนุกเกินคาดจริงๆ
ตัวละครหญิงในชุดสีชมพูที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาที่มองมาที่หญิงชุดม่วงอ่อนเต็มไปด้วยความน้อยใจและความอิจฉาอย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ภาษากายบอกทุกอย่างว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ฉากสามเส้านี้ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละครทุกตัวเลย
ต้องชื่นชมทีมโปรดักชั่นที่เนรมิตฉากห้องเขียนหนังสือได้สวยงามและสมจริงมาก การจัดวางข้าวของเครื่องใช้โบราณอย่างพู่กัน หมึก และม้วนหนังสือ ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคอดีตจริงๆ แสงสว่างจากเทียนช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นแต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับ เหมาะกับฉากตัดสินใจสำคัญมากๆ
วินาทีที่เธอพับจดหมายและผนึกซองด้วยมือที่สั่นเทา ช่างเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเรื่องเลยก็ว่าได้ มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่จะส่งผลต่อชีวิตของเธอและคนรอบข้าง การแสดงออกทางสีหน้าที่มุ่งมั่นแต่แฝงความเศร้า ทำให้คนดูเอาใจช่วยเธอแทบขาดใจ อยากรู้เหลือเกินว่าปลายทางของจดหมายฉบับนี้จะนำไปสู่อะไร