การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกในเรื่องจักรพรรดิไร้พ่าย ถือว่าทำออกมาได้ดีมากสำหรับแนวนี้ โดยเฉพาะฉากที่มีการปล่อยพลังใส่กัน แสงสีต่างๆ ที่วิ่งไปมาในอากาศดูสมจริงและไม่รกตา ฉากที่มังกรเขียวบินโฉบไปมาเหนือหัวตัวละครสร้างความตื่นตาตื่นใจได้มาก การผสมผสานระหว่างฉากจริงกับกราฟิกทำได้ดีจนแทบแยกไม่ออก ทำให้การรับชมลื่นไหลและสนุกตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง ไม่รู้สึกว่ามันหลุดหรือปลอมเลยแม้แต่นิด
ฉากดราม่าที่หน้าผาน้ำตกในจักรพรรดิไร้พ่าย เป็นฉากที่บีบหัวใจมาก พระเอกที่ยืนมองนางเอกด้วยความห่วงใย ในขณะที่นางเอกต้องทนทุกข์ทรมานกับการรับพลังมหาศาล สายน้ำที่ไหลลงมาเบื้องหลังเหมือนจะสื่อถึงน้ำตาและความเศร้าโศก บรรยากาศโดยรวมดูหม่นหมองแต่สวยงาม การที่ตัวละครอื่นๆ ยืนมองอยู่ห่างๆ โดยไม่กล้าเข้าไปยุ่ง มันยิ่งเพิ่มความโดดเดี่ยวให้กับคู่พระนางในฉากนี้ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้จริงๆ
ชุดเกราะสีเงินของตัวละครหญิงอีกคนที่ดูแข็งแกร่งและสง่างามมาก ลวดลายบนชุดละเอียดและวิจิตรบรรจงมาก ดูแล้วรู้ว่าต้องใช้เวลาทำนานมาก ฉากที่เธอแสดงท่าทางพร้อมสู้หรือกำลังใช้เวทมนตร์ มันดูเท่และทรงพลังมาก ผมชอบตรงที่ชุดนี้ไม่ได้ดูแข็งทื่อแต่กลับดูพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหวของตัวละคร ในจักรพรรดิไร้พ่าย การออกแบบเครื่องแต่งกายแต่ละชุดมีเอกลักษณ์และไม่ซ้ำกันจริงๆ ทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา
ฉากหลังที่เป็นป่าใหญ่กับท้องฟ้าสีม่วงมันสร้างบรรยากาศที่แปลกตาและน่ากลัวได้ดีมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งที่ไม่ใช่โลกปกติ ต้นไม้ยักษ์ที่ดูเก่าแก่และรากไม้ที่พันกันยุ่งเหยิงมันสื่อถึงความลึกลับและอันตรายที่ซ่อนอยู่ แสงสว่างที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาทำให้ฉากดูมีมิติมากขึ้น ในจักรพรรดิไร้พ่าย ฉากเหล่านี้ช่วยเสริมเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือและดึงดูดให้คนดูอยากติดตามต่อว่าในป่านั้นมีอะไรซ่อนอยู่
แม้จะเป็นฉากต่อสู้หรือใช้พลัง แต่แววตาที่พระเอกมองนางเอกมันเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักที่ลึกซึ้ง ฉากที่เขาค่อยๆ ส่งพลังให้เธออย่างเบามือ มันสื่อถึงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่ง ส่วนนางเอกเองก็ไว้วางใจและยอมมอบตัวให้เขาช่วยเหลือโดยไม่มีข้อสงสัย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในจักรพรรดิไร้พ่าย มันไม่ได้มีแค่ความโรแมนติกแต่ยังมีมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจกันที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยพวกเขาอย่างเต็มที่