PreviousLater
Close

ความรักที่แฝงในความตาย ตอนที่ 63

like2.4Kchase4.2K

ความปรารถนาและคำอำลา

อันหนิงแสดงความปรารถนาที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในโลก แต่เธอรู้ว่าชีวิตของเธอสั้นเกินไปที่จะทำเช่นนั้นกับคนรัก เธอจึงขอพรจากเทพเจ้าให้คนรักของเธอมีความสุขและปลอดภัยตลอดชีวิต พร้อมกับส่งคำอำลาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีอันหนิงจะจัดการกับความเจ็บป่วยและความรักของเธออย่างไรต่อไป?
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ความรักที่แฝงในความตาย เมื่อเครื่องรางสีแดงกลายเป็นพยานแห่งความทรงจำ

วิดีโอเรื่องนี้เปิดด้วยภาพชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเทาขนฟู ยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่แขวนเต็มไปด้วยผ้าแดงและเครื่องรางเล็กๆ แววตาของเขาผ่านแว่นบางกรอบจ้องมองวัตถุสีแดงในมืออย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าสิ่งนั้นคือเศษเสี้ยวของใครบางคนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ปรากฏในรูปแบบของความรุนแรงหรือโศกนาฏกรรมใหญ่โต แต่ซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ทุกการหายใจที่หนักขึ้น และทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเครื่องรางนั้น ราวกับกำลังถามตัวเองว่า "ทำไมเธอถึงทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ฉัน" ฉากตัดไปยังหญิงสาวในเสื้อคลุมสีขาว นั่งอยู่โต๊ะไม้ในห้องพักที่แสงอุ่นสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน เธอจับเครื่องรางสีแดงไว้ในมือทั้งสองข้าง นิ้วมือบางๆ ลูบไล้พื้นผิวอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายหากกดแรงเกินไป ดวงตาของเธอไม่มองกล้อง แต่จ้องลงไปที่วัตถุในมือ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านสิ่งของชิ้นนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ในที่นี้คือความรักที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ต้องจากลาไปแล้ว เธอหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบางอย่างลงบนเครื่องรางสีแดงนั้น ตัวอักษรที่เธอเขียนอาจเป็นคำอวยพร คำขอโทษ หรือแม้แต่คำลาที่ไม่เคยได้พูดออกมา เสียงลมหายใจของเธอเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในใจของผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อฉากกลับมาที่ชายหนุ่มอีกครั้ง เขาเริ่มผูกเครื่องรางสีแดงนั้นเข้ากับเชือกที่แขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของเขาช้าและตั้งใจ ราวกับทุกขั้นตอนคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่รีบร้อน ไม่มองรอบข้าง มีเพียงเขากับเครื่องรางชิ้นนั้นเท่านั้นในโลกใบนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ถูกถ่ายทอดผ่านความเงียบนี้ได้ดีที่สุด เพราะบางครั้ง ความเงียบคือเสียงที่ดังที่สุดของหัวใจที่แตกสลาย ฉากนี้ใน รักซ่อนเงา ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวของใครบางคน ที่ไม่ควรจะมีใครได้เห็น แต่กลับถูกดึงให้เข้าไปร่วมรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมของวิดีโอเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมพัดผ้าแดงและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ซึ่งกลับทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจฟังมากขึ้น ต้องสังเกตทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวเหยียด แต่ต้องการพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเอง ได้รู้สึกเอง และได้เจ็บปวดเอง ฉากสุดท้ายที่เครื่องรางสีแดงแขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ ลมพัดให้มันแกว่งไกวอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่าคำอธิษฐานนั้นยังคงลอยอยู่ รอใครบางคนมารับฟัง หรือรอเวลาที่จะถูกพัดพาไปกับลมเช่นเดียวกับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหาย

ความรักที่แฝงในความตาย กับพิธีกรรมเล็กๆ ที่ใหญ่กว่าคำพูดใดๆ

ใน เงารักมรณะ ฉากเปิดที่ชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเทาขนฟู ยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่แขวนเต็มไปด้วยผ้าแดงและเครื่องรางเล็กๆ ไม่ใช่แค่ฉากแนะนำตัวละคร แต่เป็นฉากที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านความเงียบ แววตาของเขาผ่านแว่นบางกรอบจ้องมองวัตถุสีแดงในมืออย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าสิ่งนั้นคือเศษเสี้ยวของใครบางคนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ปรากฏในรูปแบบของความรุนแรงหรือโศกนาฏกรรมใหญ่โต แต่ซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ทุกการหายใจที่หนักขึ้น และทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเครื่องรางนั้น ราวกับกำลังถามตัวเองว่า "ทำไมเธอถึงทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ฉัน" ฉากตัดไปยังหญิงสาวในเสื้อคลุมสีขาว นั่งอยู่โต๊ะไม้ในห้องพักที่แสงอุ่นสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน เธอจับเครื่องรางสีแดงไว้ในมือทั้งสองข้าง นิ้วมือบางๆ ลูบไล้พื้นผิวอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายหากกดแรงเกินไป ดวงตาของเธอไม่มองกล้อง แต่จ้องลงไปที่วัตถุในมือ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านสิ่งของชิ้นนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ในที่นี้คือความรักที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ต้องจากลาไปแล้ว เธอหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบางอย่างลงบนเครื่องรางสีแดงนั้น ตัวอักษรที่เธอเขียนอาจเป็นคำอวยพร คำขอโทษ หรือแม้แต่คำลาที่ไม่เคยได้พูดออกมา เสียงลมหายใจของเธอเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในใจของผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อฉากกลับมาที่ชายหนุ่มอีกครั้ง เขาเริ่มผูกเครื่องรางสีแดงนั้นเข้ากับเชือกที่แขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของเขาช้าและตั้งใจ ราวกับทุกขั้นตอนคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่รีบร้อน ไม่มองรอบข้าง มีเพียงเขากับเครื่องรางชิ้นนั้นเท่านั้นในโลกใบนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ถูกถ่ายทอดผ่านความเงียบนี้ได้ดีที่สุด เพราะบางครั้ง ความเงียบคือเสียงที่ดังที่สุดของหัวใจที่แตกสลาย ฉากนี้ใน รักซ่อนเงา ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวของใครบางคน ที่ไม่ควรจะมีใครได้เห็น แต่กลับถูกดึงให้เข้าไปร่วมรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมของวิดีโอเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมพัดผ้าแดงและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ซึ่งกลับทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจฟังมากขึ้น ต้องสังเกตทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวเหยียด แต่ต้องการพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเอง ได้รู้สึกเอง และได้เจ็บปวดเอง ฉากสุดท้ายที่เครื่องรางสีแดงแขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ ลมพัดให้มันแกว่งไกวอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่าคำอธิษฐานนั้นยังคงลอยอยู่ รอใครบางคนมารับฟัง หรือรอเวลาที่จะถูกพัดพาไปกับลมเช่นเดียวกับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหาย

ความรักที่แฝงในความตาย เมื่อความเงียบคือภาษาของหัวใจที่แตกสลาย

วิดีโอเรื่องนี้เปิดด้วยภาพชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเทาขนฟู ยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่แขวนเต็มไปด้วยผ้าแดงและเครื่องรางเล็กๆ แววตาของเขาผ่านแว่นบางกรอบจ้องมองวัตถุสีแดงในมืออย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าสิ่งนั้นคือเศษเสี้ยวของใครบางคนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ปรากฏในรูปแบบของความรุนแรงหรือโศกนาฏกรรมใหญ่โต แต่ซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ทุกการหายใจที่หนักขึ้น และทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเครื่องรางนั้น ราวกับกำลังถามตัวเองว่า "ทำไมเธอถึงทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ฉัน" ฉากตัดไปยังหญิงสาวในเสื้อคลุมสีขาว นั่งอยู่โต๊ะไม้ในห้องพักที่แสงอุ่นสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน เธอจับเครื่องรางสีแดงไว้ในมือทั้งสองข้าง นิ้วมือบางๆ ลูบไล้พื้นผิวอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายหากกดแรงเกินไป ดวงตาของเธอไม่มองกล้อง แต่จ้องลงไปที่วัตถุในมือ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านสิ่งของชิ้นนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ในที่นี้คือความรักที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ต้องจากลาไปแล้ว เธอหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบางอย่างลงบนเครื่องรางสีแดงนั้น ตัวอักษรที่เธอเขียนอาจเป็นคำอวยพร คำขอโทษ หรือแม้แต่คำลาที่ไม่เคยได้พูดออกมา เสียงลมหายใจของเธอเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในใจของผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อฉากกลับมาที่ชายหนุ่มอีกครั้ง เขาเริ่มผูกเครื่องรางสีแดงนั้นเข้ากับเชือกที่แขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของเขาช้าและตั้งใจ ราวกับทุกขั้นตอนคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่รีบร้อน ไม่มองรอบข้าง มีเพียงเขากับเครื่องรางชิ้นนั้นเท่านั้นในโลกใบนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ถูกถ่ายทอดผ่านความเงียบนี้ได้ดีที่สุด เพราะบางครั้ง ความเงียบคือเสียงที่ดังที่สุดของหัวใจที่แตกสลาย ฉากนี้ใน เงารักมรณะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวของใครบางคน ที่ไม่ควรจะมีใครได้เห็น แต่กลับถูกดึงให้เข้าไปร่วมรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมของวิดีโอเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมพัดผ้าแดงและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ซึ่งกลับทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจฟังมากขึ้น ต้องสังเกตทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวเหยียด แต่ต้องการพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเอง ได้รู้สึกเอง และได้เจ็บปวดเอง ฉากสุดท้ายที่เครื่องรางสีแดงแขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ ลมพัดให้มันแกว่งไกวอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่าคำอธิษฐานนั้นยังคงลอยอยู่ รอใครบางคนมารับฟัง หรือรอเวลาที่จะถูกพัดพาไปกับลมเช่นเดียวกับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหาย

ความรักที่แฝงในความตาย กับเครื่องรางสีแดงที่เก็บความลับไว้ตลอดไป

ใน รักซ่อนเงา ฉากเปิดที่ชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเทาขนฟู ยืนอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่แขวนเต็มไปด้วยผ้าแดงและเครื่องรางเล็กๆ ไม่ใช่แค่ฉากแนะนำตัวละคร แต่เป็นฉากที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านความเงียบ แววตาของเขาผ่านแว่นบางกรอบจ้องมองวัตถุสีแดงในมืออย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าสิ่งนั้นคือเศษเสี้ยวของใครบางคนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ปรากฏในรูปแบบของความรุนแรงหรือโศกนาฏกรรมใหญ่โต แต่ซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ทุกการหายใจที่หนักขึ้น และทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเครื่องรางนั้น ราวกับกำลังถามตัวเองว่า "ทำไมเธอถึงทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ฉัน" ฉากตัดไปยังหญิงสาวในเสื้อคลุมสีขาว นั่งอยู่โต๊ะไม้ในห้องพักที่แสงอุ่นสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน เธอจับเครื่องรางสีแดงไว้ในมือทั้งสองข้าง นิ้วมือบางๆ ลูบไล้พื้นผิวอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายหากกดแรงเกินไป ดวงตาของเธอไม่มองกล้อง แต่จ้องลงไปที่วัตถุในมือ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านสิ่งของชิ้นนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ในที่นี้คือความรักที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ต้องจากลาไปแล้ว เธอหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบางอย่างลงบนเครื่องรางสีแดงนั้น ตัวอักษรที่เธอเขียนอาจเป็นคำอวยพร คำขอโทษ หรือแม้แต่คำลาที่ไม่เคยได้พูดออกมา เสียงลมหายใจของเธอเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในใจของผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อฉากกลับมาที่ชายหนุ่มอีกครั้ง เขาเริ่มผูกเครื่องรางสีแดงนั้นเข้ากับเชือกที่แขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของเขาช้าและตั้งใจ ราวกับทุกขั้นตอนคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่รีบร้อน ไม่มองรอบข้าง มีเพียงเขากับเครื่องรางชิ้นนั้นเท่านั้นในโลกใบนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ถูกถ่ายทอดผ่านความเงียบนี้ได้ดีที่สุด เพราะบางครั้ง ความเงียบคือเสียงที่ดังที่สุดของหัวใจที่แตกสลาย ฉากนี้ใน เงารักมรณะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวของใครบางคน ที่ไม่ควรจะมีใครได้เห็น แต่กลับถูกดึงให้เข้าไปร่วมรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมของวิดีโอเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมพัดผ้าแดงและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ซึ่งกลับทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจฟังมากขึ้น ต้องสังเกตทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวเหยียด แต่ต้องการพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเอง ได้รู้สึกเอง และได้เจ็บปวดเอง ฉากสุดท้ายที่เครื่องรางสีแดงแขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ ลมพัดให้มันแกว่งไกวอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่าคำอธิษฐานนั้นยังคงลอยอยู่ รอใครบางคนมารับฟัง หรือรอเวลาที่จะถูกพัดพาไปกับลมเช่นเดียวกับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหาย

ความรักที่แฝงในความตาย กับคำอธิษฐานสีแดงที่ชายหนุ่มไม่อาจลืม

ในฉากเปิดของ รักซ่อนเงา เราเห็นชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเทาขนฟู ยืนอยู่ท่ามกลางสายลมที่พัดพาผ้าแดงและเครื่องรางเล็กๆ ให้แกว่งไกวอย่างเงียบเชียบ แววตาของเขาผ่านแว่นบางกรอบจ้องมองวัตถุสีแดงในมืออย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าสิ่งนั้นไม่ใช่แค่เครื่องรางธรรมดา แต่เป็นกุญแจที่เปิดประตูสู่ความทรงจำที่เขพยายามฝังไว้ ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ปรากฏในรูปแบบของเลือดหรือความสูญเสียทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังซ่อนอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวที่ช้าลง ทุกการหายใจที่หนักขึ้น และทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเครื่องรางนั้น ราวกับกำลังถามตัวเองว่า "ทำไมเธอถึงทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ฉัน" ฉากตัดไปยังหญิงสาวในเสื้อคลุมสีขาว นั่งอยู่โต๊ะไม้ในห้องพักที่แสงอุ่นสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน เธอจับเครื่องรางสีแดงไว้ในมือทั้งสองข้าง นิ้วมือบางๆ ลูบไล้พื้นผิวอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายหากกดแรงเกินไป ดวงตาของเธอไม่มองกล้อง แต่จ้องลงไปที่วัตถุในมือ ราวกับกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านสิ่งของชิ้นนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ในที่นี้คือความรักที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ต้องจากลาไปแล้ว เธอหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบางอย่างลงบนเครื่องรางสีแดงนั้น ตัวอักษรที่เธอเขียนอาจเป็นคำอวยพร คำขอโทษ หรือแม้แต่คำลาที่ไม่เคยได้พูดออกมา เสียงลมหายใจของเธอเบาจนเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในใจของผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อฉากกลับมาที่ชายหนุ่มอีกครั้ง เขาเริ่มผูกเครื่องรางสีแดงนั้นเข้ากับเชือกที่แขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ การเคลื่อนไหวของเขาช้าและตั้งใจ ราวกับทุกขั้นตอนคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่รีบร้อน ไม่มองรอบข้าง มีเพียงเขากับเครื่องรางชิ้นนั้นเท่านั้นในโลกใบนี้ ความรักที่แฝงในความตาย ถูกถ่ายทอดผ่านความเงียบนี้ได้ดีที่สุด เพราะบางครั้ง ความเงียบคือเสียงที่ดังที่สุดของหัวใจที่แตกสลาย ฉากนี้ใน เงารักมรณะ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองช่วงเวลาส่วนตัวของใครบางคน ที่ไม่ควรจะมีใครได้เห็น แต่กลับถูกดึงให้เข้าไปร่วมรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมของวิดีโอเต็มไปด้วยความเศร้าที่เงียบงัน ไม่มีดนตรีประกอบ ไม่มีเสียงพูด มีเพียงเสียงลมพัดผ้าแดงและเสียงหายใจเบาๆ ของตัวละคร ซึ่งกลับทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจฟังมากขึ้น ต้องสังเกตทุกการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น ความรักที่แฝงในความตาย ไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวเหยียด แต่ต้องการพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเอง ได้รู้สึกเอง และได้เจ็บปวดเอง ฉากสุดท้ายที่เครื่องรางสีแดงแขวนอยู่ท่ามกลางผ้าแดงอื่นๆ ลมพัดให้มันแกว่งไกวอย่างโดดเดี่ยว ราวกับว่าคำอธิษฐานนั้นยังคงลอยอยู่ รอใครบางคนมารับฟัง หรือรอเวลาที่จะถูกพัดพาไปกับลมเช่นเดียวกับความทรงจำที่ค่อยๆ จางหาย

ความรักที่แฝงในความตาย ตอนที่ 63 - Netshort